Skip to content
Ranking5

Ranking5

Ranking5

Primary Menu
  • SPORT
  • TECH
  • CARS
  • GAME
  • HEALTH
  • BLOG
  • Home
  • บทความ
  • “ภาษีกระเป๋าเงินดิจิทัล” มาแน่? ร้านค้าต้องรู้ก่อนปี 2570
  • บทความ

“ภาษีกระเป๋าเงินดิจิทัล” มาแน่? ร้านค้าต้องรู้ก่อนปี 2570

"ภาษีกระเป๋าเงินดิจิทัล" จะมาแน่ไหม? ร้านค้าที่รับชำระด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลต้องรู้ก่อนปี 2570 แม้กฎหมายเฉพาะยังไม่ชัด แต่ภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลมีผลแล้ว! ทำความเข้าใจหลักเกณฑ์หักภาษี ณ ที่จ่าย 15% การยื่นแบบ และวิธีเลี่ยงปัญหาทางภาษี เพื่อธุรกิจคุณจะได้ไม่พลาด.
LnW Loon 5 เมษายน 2026 1 minute read
digital-wallet-tax-thailand-2027-featured

“ภาษีกระเป๋าเงินดิจิทัล” มาแน่? ร้านค้าต้องรู้ก่อนปี 2570

สารบัญ

  • สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับภาษี Digital Wallet
  • ไขข้อข้องใจ “ภาษีกระเป๋าเงินดิจิทัล” คืออะไร?

    • นิยามและความเข้าใจที่ถูกต้อง
    • กฎหมายหลักที่กำกับดูแล: พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561
  • หลักเกณฑ์การเสียภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลที่ผู้ประกอบการต้องรู้

    • เงินได้พึงประเมินจากการถือครองหรือโอนสินทรัพย์ดิจิทัล
    • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15%: เงื่อนไขและผู้มีหน้าที่หัก
    • สิทธิประโยชน์ทางภาษีเมื่อทำธุรกรรมผ่าน Exchange ที่ ก.ล.ต. รับรอง
  • เจาะลึกกรณีพิเศษทางภาษีสินทรัพย์ดิจิทัล
  • สถานะปัจจุบันและแนวโน้มสู่อนาคต ปี 2570

    • ประเด็นที่ยังรอความชัดเจน: ภาษีสำหรับนิติบุคคล
    • ทิศทางของกฎหมายในอนาคต
  • คำแนะนำสำหรับร้านค้าและผู้ประกอบการเพื่อเตรียมความพร้อม

    • การจัดทำบัญชีและบันทึกธุรกรรม
    • การเลือกใช้แพลตฟอร์มซื้อขาย
    • การยื่นแบบแสดงรายการภาษีประจำปี
  • บทสรุปและแนวทางการปฏิบัติตัว

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ การใช้จ่ายผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet) ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ส่งผลให้เกิดคำถามและความกังวลในหมู่ร้านค้าและผู้ประกอบการเกี่ยวกับแนวทางการจัดเก็บภาษีที่เกี่ยวข้อง บทความนี้จะวิเคราะห์และให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานะปัจจุบันของกฎหมายภาษีที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนปี 2570

สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับภาษี Digital Wallet

  • ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีกฎหมายที่ระบุชื่อว่า “ภาษีกระเป๋าเงินดิจิทัล” โดยเฉพาะ แต่การจัดเก็บภาษีจะอ้างอิงตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561
  • กำไรที่เกิดจากการขายหรือโอนสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น คริปโตเคอร์เรนซี หรือ โทเคนดิจิทัล ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4) ของประมวลรัษฎากร ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ประจำปี
  • กฎหมายกำหนดให้มีการหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% สำหรับกำไรจากสินทรัพย์ดิจิทัลในบางกรณี แต่มีข้อยกเว้นสำหรับธุรกรรมที่ดำเนินการผ่านศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Exchange) ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต.
  • ผู้ประกอบการและร้านค้าที่รับชำระด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล ควรจัดทำบันทึกต้นทุนและราคาขายอย่างละเอียด เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการคำนวณกำไร-ขาดทุน สำหรับการยื่นภาษี
  • แนวโน้มในอนาคตยังคงต้องติดตามประกาศจากกรมสรรพากรอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหลักเกณฑ์สำหรับนิติบุคคลที่ยังไม่มีความชัดเจน

ส่วนนำ: ประเด็นเรื่อง “ภาษีกระเป๋าเงินดิจิทัล” ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการคาดการณ์ถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นภายในปี 2570 อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่ใช่การเกิดขึ้นของภาษีประเภทใหม่ แต่เป็นการปรับใช้กฎหมายภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีอยู่แล้วให้ครอบคลุมธุรกรรมที่เกิดขึ้นผ่าน Digital Wallet มากขึ้น การทำความเข้าใจหลักการพื้นฐานของกฎหมายฉบับปัจจุบันจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการ ร้านค้าออนไลน์ และนักลงทุน เพื่อให้สามารถวางแผนและปฏิบัติตามข้อกำหนดทางภาษีได้อย่างถูกต้อง หลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางกฎหมายที่อาจตามมาในอนาคต

ไขข้อข้องใจ “ภาษีกระเป๋าเงินดิจิทัล” คืออะไร?

ในยุคที่การทำธุรกรรมทางการเงินผ่านช่องทางดิจิทัลเติบโตอย่างก้าวกระโดด คำว่า “ภาษีกระเป๋าเงินดิจิทัล” กลายเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงบ่อยครั้ง สร้างความสับสนและคำถามมากมายให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกลุ่มร้านค้าและผู้ประกอบการรายย่อยที่เริ่มนำเทคโนโลยี Digital Wallet และการชำระเงินด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้ในธุรกิจ การทำความเข้าใจถึงที่มาและความหมายที่แท้จริงของคำนี้จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการเตรียมความพร้อม

นิยามและความเข้าใจที่ถูกต้อง

สิ่งสำคัญที่ต้องเน้นย้ำคือ ณ วันที่ 5 เมษายน 2569 ยังไม่มีการบัญญัติกฎหมายภาษีประเภทใหม่ที่เรียกว่า “ภาษีกระเป๋าเงินดิจิทัล” โดยตรงจากกรมสรรพากร คำดังกล่าวเป็นเพียงชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการที่ใช้สื่อถึงการนำกฎหมายภาษีที่มีอยู่เดิมมาบังคับใช้กับเงินได้ที่เกิดจากธุรกรรมผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล ซึ่งโดยหลักแล้วจะเกี่ยวข้องกับ “สินทรัพย์ดิจิทัล” (Digital Asset) เช่น คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) และโทเคนดิจิทัล (Digital Token) เป็นสำคัญ

ดังนั้น เมื่อกล่าวถึงภาษีประเภทนี้ จึงหมายถึงภาระภาษีที่เกิดขึ้นจาก “ผลกำไร” ที่ได้จากการขาย, แลกเปลี่ยน, หรือโอนกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์ดิจิทัล โดยไม่ว่าธุรกรรมนั้นจะเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มใดก็ตาม หากมีผลกำไรเกิดขึ้น ผู้มีเงินได้ก็มีหน้าที่ต้องนำรายได้ส่วนนั้นไปคำนวณเพื่อเสียภาษีตามกฎหมาย

กฎหมายหลักที่กำกับดูแล: พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561

กรอบกฎหมายสำคัญที่ใช้กำกับดูแลเรื่องนี้คือ พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 และประกาศที่เกี่ยวข้องจากกรมสรรพากร กฎหมายฉบับนี้ได้กำหนดนิยามและสถานะของสินทรัพย์ดิจิทัลไว้อย่างชัดเจน และที่สำคัญคือได้ระบุให้ผลประโยชน์หรือผลกำไรที่ได้รับจากการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลเป็น “เงินได้พึงประเมิน” ตามประมวลรัษฎากร

โดยกำไรดังกล่าวถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเงินได้พึงประเมินตาม มาตรา 40(4) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแบ่งเป็น:

  • มาตรา 40(4)(ซ): ผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนคริปโตเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัล ซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน
  • มาตรา 40(4)(ฌ): ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการถือหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งโทเคนดิจิทัล (เช่น ส่วนแบ่งกำไรหรือผลประโยชน์อื่นใด)

ความเข้าใจในข้อกฎหมายนี้เป็นพื้นฐานสำคัญ เพราะเป็นการยืนยันว่าการเก็บภาษีจากสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นสิ่งที่บังคับใช้มาแล้วตั้งแต่ปี 2561 เพียงแต่การใช้งานที่แพร่หลายมากขึ้นทำให้กรมสรรพากรต้องให้ความสำคัญและชี้แจงแนวทางปฏิบัติให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

หลักเกณฑ์การเสียภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลที่ผู้ประกอบการต้องรู้

เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามกฎหมายภาษีได้อย่างถูกต้อง ผู้ประกอบการและร้านค้าที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลจำเป็นต้องทำความเข้าใจรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการคำนวณเงินได้ การหักภาษี ณ ที่จ่าย และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่กฎหมายกำหนดไว้

เงินได้พึงประเมินจากการถือครองหรือโอนสินทรัพย์ดิจิทัล

หัวใจของการเสียภาษีคือการคำนวณ “กำไร” ที่ต้องนำไปยื่นเป็นเงินได้พึงประเมิน กำไรในที่นี้คำนวณจาก “ราคาขาย หักด้วย ต้นทุนที่ได้มา”

  • ราคาขาย: คือมูลค่าของสินทรัพย์ดิจิทัล ณ วันที่ทำการขายหรือโอนกรรมสิทธิ์
  • ต้นทุน: คือราคาที่จ่ายไปเพื่อให้ได้มาซึ่งสินทรัพย์ดิจิทัลนั้นๆ รวมถึงค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างเช่น: ร้านค้า A ซื้อคริปโตเคอร์เรนซี B มาในราคา 100,000 บาท ต่อมาลูกค้าใช้คริปโตฯ B ชำระค่าสินค้า โดย ณ วันที่ชำระ มูลค่าของคริปโตฯ B ที่ได้รับคือ 120,000 บาท ในกรณีนี้ ร้านค้า A มีกำไรเกิดขึ้น 20,000 บาท (120,000 – 100,000) ซึ่งกำไร 20,000 บาทนี้ ถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องนำไปรวมกับรายได้อื่นๆ เพื่อคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตอนสิ้นปีในอัตราก้าวหน้า 5% – 35%

กำไรจากการโอนหรือขายสินทรัพย์ดิจิทัลถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องนำไปคำนวณเพื่อเสียภาษีเสมอ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มใดหรือในรูปแบบใดก็ตาม

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15%: เงื่อนไขและผู้มีหน้าที่หัก

กฎหมายได้กำหนดให้มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) ในอัตรา 15% ของผลกำไร เพื่อเป็นการทยอยนำส่งภาษีให้แก่รัฐล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม หลักเกณฑ์นี้ไม่ได้ใช้กับทุกธุรกรรม แต่จะบังคับใช้ในกรณีที่ผู้จ่ายเงินได้ (ผู้ซื้อสินทรัพย์ดิจิทัล) เป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และจ่ายให้กับ:

  1. บุคคลธรรมดา ที่เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย (มีถิ่นที่อยู่เกิน 180 วันในปีภาษีนั้น)
  2. นิติบุคคลต่างประเทศ ที่ไม่ได้ประกอบกิจการในประเทศไทย

หากผู้จ่ายเงินได้ไม่หักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งกรมสรรพากร ผู้จ่ายจะต้องรับผิดร่วมกับผู้มีเงินได้ในจำนวนภาษีที่ต้องชำระ พร้อมทั้งเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของจำนวนภาษีที่ต้องนำส่ง

สิทธิประโยชน์ทางภาษีเมื่อทำธุรกรรมผ่าน Exchange ที่ ก.ล.ต. รับรอง

เพื่อส่งเสริมให้ธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามาอยู่ในระบบที่สามารถตรวจสอบได้และโปร่งใส กรมสรรพากรได้ออกมาตรการผ่อนปรนสำหรับธุรกรรมที่ดำเนินการผ่านศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Exchange) ที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยมีสิทธิประโยชน์ที่สำคัญ 2 ประการคือ:

  • ยกเว้นการหักภาษี ณ ที่จ่าย 15%: ผู้มีเงินได้ไม่ต้องถูกหักภาษี 15% จากกำไรที่เกิดขึ้น แต่ยังคงมีหน้าที่นำกำไรทั้งหมดไปรวมคำนวณเพื่อยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีด้วยตนเอง
  • ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): ธุรกรรมการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลผ่าน Exchange ที่ ก.ล.ต. รับรอง จะได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
  • การหักกลบกำไร-ขาดทุน: ผู้เสียภาษีสามารถนำผลขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกิดขึ้นในปีภาษีเดียวกัน มาหักลบกับผลกำไรจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลในปีภาษีเดียวกันได้ แต่สิทธินี้จำกัดเฉพาะธุรกรรมที่เกิดขึ้นผ่าน Exchange ที่อยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. เท่านั้น

สิทธิประโยชน์เหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ร้านค้าและผู้ประกอบการควรพิจารณาในการเลือกใช้แพลตฟอร์มเพื่อทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินดิจิทัล

เจาะลึกกรณีพิเศษทางภาษีสินทรัพย์ดิจิทัล

นอกเหนือจากธุรกรรมการซื้อขายทั่วไป ยังมีสถานการณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งมีแนวทางปฏิบัติทางภาษีที่แตกต่างกันออกไป การทำความเข้าใจกรณีเหล่านี้จะช่วยให้วางแผนภาษีได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น

ตารางสรุปการเสียภาษีสำหรับธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทต่างๆ
ประเภทธุรกรรม การเสียภาษี หมายเหตุ
การขุดคริปโตเคอร์เรนซี (Mining) ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) สามารถหักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควร หรือหักแบบเหมาได้ (ขึ้นอยู่กับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร)
การได้รับสินทรัพย์ดิจิทัลฟรี (Airdrop/Gift) หากเป็นเงินได้จากการให้โดยเสน่หา ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ต้องไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีภาษี ต้นทุนของสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับมาฟรีจะเท่ากับ 0 บาท เมื่อขายออกไป มูลค่าที่ขายได้ทั้งหมดจะถือเป็นกำไร
การใช้แพลตฟอร์มต่างประเทศ ยังคงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีในประเทศไทย หากผู้มีเงินได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทยและมีเงินได้เกิดขึ้นจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ จะต้องนำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษีเดียวกันเพื่อเสียภาษี

สถานะปัจจุบันและแนวโน้มสู่อนาคต ปี 2570

แม้ว่ากรอบกฎหมายหลักจะถูกวางไว้ตั้งแต่ปี 2561 แต่ภูมิทัศน์ของสินทรัพย์ดิจิทัลมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดคำถามว่ากฎหมายจะปรับตัวอย่างไรเพื่อรองรับธุรกรรมที่ซับซ้อนขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมองไปถึงปี 2570

ประเด็นที่ยังรอความชัดเจน: ภาษีสำหรับนิติบุคคล

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ยังคงรอความชัดเจนจากกรมสรรพากรคือแนวทางปฏิบัติทางภาษีสำหรับ “นิติบุคคล” หรือบริษัท ที่มีการลงทุนหรือรับชำระค่าสินค้า/บริการด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล ปัจจุบันยังไม่มีหลักเกณฑ์เฉพาะที่ออกมาอย่างเป็นทางการ ทำให้หลายบริษัทยังคงใช้การตีความจากประมวลรัษฎากรทั่วไป ซึ่งอาจก่อให้เกิดความไม่แน่นอนในการวางแผนภาษีและการบันทึกบัญชี นี่จึงเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการในนามบริษัทต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ทิศทางของกฎหมายในอนาคต

เมื่อพิจารณาจากมูลค่าตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในประเทศไทยที่เคยสูงถึง 1.48 หมื่นล้านบาทในปี 2564 และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เป็นไปได้สูงว่าภาครัฐจะพัฒนากฎระเบียบเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีและสร้างความเป็นธรรมในระบบ การเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตอาจรวมถึง:

  • การออกแนวปฏิบัติที่ชัดเจนสำหรับนิติบุคคล
  • การกำหนดวิธีการคำนวณต้นทุนที่ซับซ้อนขึ้น เช่น วิธีเข้าก่อน-ออกก่อน (FIFO) หรือวิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (Weighted Average)
  • การออกมาตรการเพื่อรองรับสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้น เช่น NFTs หรือธุรกรรมในโลก Metaverse

อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ว่าจะมี “ภาษีกระเป๋าเงินดิจิทัล” เกิดขึ้นในปี 2570 นั้นยังไม่มีข้อมูลยืนยันจากภาครัฐ แนวโน้มที่เป็นไปได้มากกว่าคือการปรับปรุงและอธิบายกฎหมายเดิมให้รัดกุมและครอบคลุมธุรกรรมสมัยใหม่ได้ดียิ่งขึ้น

คำแนะนำสำหรับร้านค้าและผู้ประกอบการเพื่อเตรียมความพร้อม

เพื่อลดความเสี่ยงและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงทางภาษีที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ร้านค้าและผู้ประกอบการควรเริ่มปฏิบัติตามแนวทางต่อไปนี้ตั้งแต่วันนี้

การจัดทำบัญชีและบันทึกธุรกรรม

การมีข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ควรจัดเก็บบันทึกของทุกธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเป็นระบบ โดยข้อมูลที่ควรบันทึกได้แก่:

  • วันที่และเวลาที่ทำธุรกรรม
  • ประเภทของสินทรัพย์ดิจิทัล
  • จำนวนที่ซื้อ/ขาย
  • ราคาต่อหน่วยและมูลค่ารวม ณ วันที่ซื้อ (ต้นทุน)
  • ราคาต่อหน่วยและมูลค่ารวม ณ วันที่ขาย (รายรับ)
  • ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง
  • ข้อมูลของคู่สัญญา (ถ้ามี)

การมีข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้การคำนวณกำไร-ขาดทุนเพื่อยื่นภาษีเป็นไปอย่างง่ายดายและมีหลักฐานอ้างอิงที่ชัดเจนหากถูกตรวจสอบ

การเลือกใช้แพลตฟอร์มซื้อขาย

ดังที่กล่าวไปข้างต้น การทำธุรกรรมผ่าน Exchange ที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ในประเทศไทยจะมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่สำคัญ ทั้งการยกเว้น VAT และการยกเว้นการหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% รวมถึงความสามารถในการนำผลขาดทุนมาหักกลบกำไรได้ ดังนั้น ผู้ประกอบการควรพิจารณาเลือกใช้บริการจากแพลตฟอร์มเหล่านี้เป็นหลัก เพื่อความโปร่งใสและประโยชน์สูงสุดทางภาษี

การยื่นแบบแสดงรายการภาษีประจำปี

ผู้มีเงินได้จากสินทรัพย์ดิจิทัลทุกคนมีหน้าที่ต้องนำกำไรสุทธิ (หลังหักกลบขาดทุนในปีเดียวกัน) ไปรวมกับเงินได้ประเภทอื่นๆ และยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90 หรือ ภ.ง.ด. 91) ภายในวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป การละเลยการยื่นภาษีอาจนำไปสู่เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และโทษตามกฎหมายได้

บทสรุปและแนวทางการปฏิบัติตัว

สรุปได้ว่าข่าวลือเกี่ยวกับ “ภาษีกระเป๋าเงินดิจิทัล” ที่จะมาในปี 2570 นั้น ยังไม่มีมูลความจริงในแง่ของการเป็นภาษีประเภทใหม่ แต่เป็นภาพสะท้อนของการที่ภาครัฐจะให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีอยู่แล้วอย่างจริงจังมากขึ้น ภาระทางภาษีสำหรับผู้ประกอบการและร้านค้ายังคงอิงอยู่บนหลักการเดิมคือ “กำไร” จากการขายหรือโอนสินทรัพย์ดิจิทัลถือเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษี

แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับผู้ประกอบการคือการยอมรับว่ารายได้จากช่องทางดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งของระบบภาษีที่ต้องจัดการอย่างโปร่งใส การเริ่มต้นบันทึกข้อมูลธุรกรรมอย่างละเอียด การเลือกใช้แพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือและอยู่ภายใต้การกำกับดูแล และการศึกษาข้อกฎหมายอย่างสม่ำเสมอ จะเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงและสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจในระยะยาว การติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เช่น เว็บไซต์ของกรมสรรพากร (rd.go.th) เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อไม่ให้พลาดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามข่าวสารล่าสุดและเจาะลึกบทวิเคราะห์ด้านการเงิน เทคโนโลยี และการลงทุนในยุคดิจิทัล สามารถอ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่

About the Author

LnW Loon

Administrator

View All Posts

Post navigation

Previous: AI จัดพอร์ตลงทุน 2026: เทรนด์ใหม่ที่มือใหม่ต้องรู้

Related News

ai-investment-portfolio-trend-2026-featured
  • บทความ

AI จัดพอร์ตลงทุน 2026: เทรนด์ใหม่ที่มือใหม่ต้องรู้

LnW Loon 5 เมษายน 2026
gen-z-ai-investment-strategy-featured
  • บทความ

Gen Z ใช้ AI ลงทุนยังไงให้รอด ไม่โดน ‘หุ่นยนต์’ เทขาย

LnW Loon 5 เมษายน 2026
3d-printed-meat-thai-streetfood-featured
  • บทความ

‘เนื้อพิมพ์ 3 มิติ’ พลิกโฉมสตรีทฟู้ดไทย ลดต้นทุนจริงหรือ?

LnW Loon 5 เมษายน 2026

Recent Posts

  • “ภาษีกระเป๋าเงินดิจิทัล” มาแน่? ร้านค้าต้องรู้ก่อนปี 2570
  • AI จัดพอร์ตลงทุน 2026: เทรนด์ใหม่ที่มือใหม่ต้องรู้
  • Gen Z ใช้ AI ลงทุนยังไงให้รอด ไม่โดน ‘หุ่นยนต์’ เทขาย
  • ‘เนื้อพิมพ์ 3 มิติ’ พลิกโฉมสตรีทฟู้ดไทย ลดต้นทุนจริงหรือ?
  • เกษียณก่อนรวย? คนรุ่นใหม่ใช้ AI วางแผนการเงินรับสังคมสูงวัย

Archives

  • เมษายน 2026
  • มีนาคม 2026
  • กุมภาพันธ์ 2026
  • มกราคม 2026
  • ธันวาคม 2025
  • พฤศจิกายน 2025
  • ตุลาคม 2025
  • กันยายน 2025
  • สิงหาคม 2025
  • กรกฎาคม 2025
  • มิถุนายน 2025
  • พฤษภาคม 2025
  • เมษายน 2025

Categories

  • กีฬา
  • บทความ
  • พลังงานหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อม
  • สุขภาพและการแพทย์
  • เกมส์
  • เทคโนโลยี & นวัตกรรม

You may have missed

digital-wallet-tax-thailand-2027-featured
  • บทความ

“ภาษีกระเป๋าเงินดิจิทัล” มาแน่? ร้านค้าต้องรู้ก่อนปี 2570

LnW Loon 5 เมษายน 2026
ai-investment-portfolio-trend-2026-featured
  • บทความ

AI จัดพอร์ตลงทุน 2026: เทรนด์ใหม่ที่มือใหม่ต้องรู้

LnW Loon 5 เมษายน 2026
gen-z-ai-investment-strategy-featured
  • บทความ

Gen Z ใช้ AI ลงทุนยังไงให้รอด ไม่โดน ‘หุ่นยนต์’ เทขาย

LnW Loon 5 เมษายน 2026
3d-printed-meat-thai-streetfood-featured
  • บทความ

‘เนื้อพิมพ์ 3 มิติ’ พลิกโฉมสตรีทฟู้ดไทย ลดต้นทุนจริงหรือ?

LnW Loon 5 เมษายน 2026
  • SPORT
  • TECH
  • CARS
  • GAME
  • HEALTH
  • BLOG
Copyright © All rights reserved. | MoreNews by AF themes.