เทรนด์ใหม่การทำงานจากที่บ้านในยุคดิจิทัล
คำว่า “เทรนด์ใหม่การทำงานจากที่บ้านในยุคดิจิทัล” ได้กลายเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญของโลกการทำงานยุคปัจจุบัน ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังวิกฤตโควิด-19 และการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมสร้างรูปแบบการทำงาน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้งองค์กรและพนักงานทั่วโลก
พลวัตใหม่ของวิถีการทำงาน

รูปแบบการทำงานที่บ้านพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกิดองค์ประกอบใหม่และเครื่องมือที่มุ่งเสริมประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมกับความยืดหยุ่นและความสมดุลในชีวิตของพนักงานใน “องค์กรยุคใหม่”
เทรนด์การทำงานแบบไฮบริดและ AI Workflows
Hybrid Work หรือการผสมผสานระหว่างการทำงานที่บ้านและที่ออฟฟิศ กลายเป็นมาตรฐานใหม่ โดยองค์กรต้องปรับตัวแบ่งงานและเลือกสถานที่ทำงานตามความเหมาะสม ข้อมูลระบุว่าพนักงานไฮบริด 89% ใช้ AI Workflows ในการเสริมการทำงานเพื่อความรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ทักษะการแก้ปัญหาโดยใช้ AI จึงถูกยกระดับเป็นความสามารถสำคัญในยุคนี้
ระบบนิเวศการทำงานสมัยใหม่
องค์กรจะต้องสร้างระบบนิเวศดิจิทัล เชื่อมโยงพื้นที่ต่าง ๆ เช่น บ้าน ออฟฟิศ และ Co-working ด้วยเครื่องมือและเครือข่ายสื่อสาร ทำให้กระบวนการทำงานไหลลื่นไร้รอยต่อ สามารถเลือกสถานที่และวิธีการทำงานที่ตอบโจทย์แต่ละบุคคลได้
ความยืดหยุ่นกับ Microshifting
Microshifting คือการแบ่งเวลาทำงานย่อย ๆ ตามจังหวะชีวิต งาน และพลังงานในแต่ละวัน พนักงาน 65% ให้ความสนใจ เพราะสามารถยืดหยุ่นจัดการทั้งการทำงานและภารกิจส่วนตัว รวมถึงสร้างสมดุลที่ดีขึ้นในชีวิตประจำวัน
Work-to-Rule และ Calendar Blocking
ในยุคนี้ 23% ของพนักงานเลือกแนวทาง Work-to-Rule หรือ ทำงานเฉพาะในขอบเขตสัญญาที่ระบุ เพิ่มความชัดเจนเรื่องเวลางานและเวลาส่วนตัว ส่วน Calendar Blocking หรือการบล็อกเวลาเฉพาะเพื่อทำงานสำคัญในปฏิทิน ถูกใช้โดย Millennials ถึง 61% เพื่อปกป้องเวลาส่วนตัวและลดการรบกวนจากงานแทรก
รูปแบบการทำงานและอาชีพที่เติบโต
ระบบทำงานทางไกลเต็มรูปแบบ (Fully Remote) ได้ขยายโอกาสให้กับหลายอาชีพ โดย 15 สาขาอาชีพมีประกาศรับงานเต็มที่มากขึ้นในปี 2025 โดยเฉพาะสายงานวิศวกรรม ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มที่ต้องการความอิสระและตอบสนองต่อสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างเร็ว
พฤติกรรม Coffee Badging และปรากฏการณ์จริง
43% ของพนักงาน เลือกแสดงตัวที่ออฟฟิศสั้น ๆ เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ (Coffee Badging) ก่อนกลับไปทำงานต่อที่บ้าน อีก 12% ตั้งใจจะใช้พฤติกรรมนี้ในอนาคต สะท้อนว่าความยืดหยุ่นและความสมดุลกลายเป็นความคาดหวังหลักในองค์กรยุคปัจจุบัน
เปรียบเทียบความต้องการและสวัสดิการ
แนวโน้มความต้องการของพนักงาน
- 84% ต้องการโอกาสในการเติบโต
- 83% ให้ความสำคัญกับเวลาทำงานยืดหยุ่น
- 82% อยากได้วันทำงานที่ยืดหยุ่น
- 79% ต้องการสถานที่ทำงานที่ยืดหยุ่น
ตารางเปรียบเทียบความต้องการหลัก
| ความต้องการ/สวัสดิการ | สัดส่วน (%) | รายละเอียดเพิ่มเติม |
|---|---|---|
| โอกาสเติบโต | 84% | เน้นพัฒนาทักษะและตำแหน่งหน้าที่ |
| เวลาทำงานยืดหยุ่น | 83% | ปรับเวลาเข้า-ออกงานตามความเหมาะสม |
| วันทำงานยืดหยุ่น | 82% | เลือกวันทำงานที่ตรงกับบริบทส่วนตัว |
| สถานที่ทำงานยืดหยุ่น | 79% | เลือกทำงานจากที่บ้าน ออฟฟิศ หรือ co-working space |
| ชั่วโมงทำงานยืดหยุ่น | 34% | สามารถเลือกเวลาทำงานแต่ละวันได้ |
| สัปดาห์ทำงาน 4 วัน | 27% | ทำงานสัปดาห์ละ 4 วัน |
| วันลาหยุดไม่จำกัด | 24% | ใช้งานวันหยุดตามความจำเป็น |
ปัจจัยร่วมในยุคการทำงานใหม่
ยุคดิจิทัลเปลี่ยนแนวคิดเรื่องเวลาทำงาน การให้ความสำคัญกับ Work-Life Integration กลายเป็นหัวใจหลัก ขณะเดียวกันความหลากหลายของช่องทางสื่อสารและสิทธิเสียงของพนักงานในการตัดสินใจในองค์กรกลายเป็นแนวโน้มที่เด่นชัด
ผลกระทบทางสังคมและเชิงวัฒนธรรม
การทำงานจากที่บ้านไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อประสิทธิภาพงาน แต่ยังสร้างอิทธิพลต่อวัฒนธรรมองค์กรและความสัมพันธ์ระหว่างพนักงาน เช่น การแสดงความเห็นทางการเมืองในที่ทำงานกลายเป็นปัจจัยไม่อยากกลับเข้าสำนักงาน ขณะที่โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางระบายความคิดเห็นเกี่ยวกับบริษัทมากขึ้น
สรุปและแนะนําเพิ่มเติม
เทรนด์ใหม่การทำงานจากที่บ้านในยุคดิจิทัล สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานที่เน้นความยืดหยุ่น การใช้เทคโนโลยีใหม่ และการสร้างสมดุลระหว่างหน้าที่การงานกับชีวิตส่วนตัว ในช่วงถัดไป การเลือกสรรสินค้าให้เหมาะสมกับองค์กร เช่น เสื้อผ้างานพิมพ์ลาย เสื้อผ้ากีฬา หรือเครื่องแบบองค์กร คือองค์ประกอบสำคัญหนึ่งที่สนับสนุนภาพลักษณ์และความเป็นมืออาชีพ สนใจดูรายละเอียดเกี่ยวกับบริการงานผลิตเสื้อคุณภาพสูง ติดต่อผ่าน ติดต่อเรา
