ช่วงนี้หลายคนอาจรู้สึกถึงความไม่แน่นอน ทั้งสภาพเศรษฐกิจ การเมือง รวมถึงความเปลี่ยนแปลงในโลกการทำงานที่รุนแรงขึ้นหลังการมาของ AI และ Automation งานหลายประเภทที่ ‘เคยมั่นคง’ เริ่มถูกแทนที่ ทำให้ ‘ความไม่แน่นอน’ หรือคำว่า “วิกฤต” กลายเป็นเรื่อง New Normal สำหรับคนทำงานทุกคนที่ถูกฝังอยู่ในหัว และชวนให้สิ้นหวังทุกครั้งที่ได้ยิน
ใกล้สิ้นปี 2025 แล้ว เราจึงพาทุกคนมาส่องลิสต์ “Trend การทำงานปี 2026” จาก Forbes ที่กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ขององค์กรทั่วโลกที่ต้องปรับตามหลังจากนี้ เพื่อให้คุณเตรียมตัวก่อนใคร และเปลี่ยนความกังวลให้เป็นโอกาสใหม่ในอาชีพของตัวเองให้กลับมามั่นคงอีกครั้ง
หลังจากนี้ AI จะไม่ใช่แค่เครื่องมือเสริมการทำงานอีกต่อไป แต่เป็นพื้นฐานของการออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ตั้งแต่ต้น หรือ AI-Native กับระบบที่ต้องคาดการณ์ความต้องการล่วงหน้า อย่าง Supply Chain หรือโรงงานที่ปรับแผนการผลิตอัตโนมัติตามคำสั่งลูกค้าและวัตถุดิบที่มีอยู่
ความสามารถหลักของคนทำงานคือ ทักษะการคิดแก้ปัญหาแบบ AI เพื่อออกแบบงานให้เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และต้นทุนต่ำลง
การทำงานในรูปแบบ Hybrid หรือ Remote กลายเป็นมาตรฐานใหม่ องค์กรจึงต้องพัฒนา “ระบบนิเวศการทำงาน” ที่เชื่อมทุกพื้นที่ เช่น ออฟฟิศ บ้าน และ Co-working รวมถึงเครื่องมือ และเครือข่ายการสื่อสาร ให้สามารถทำงานได้ลื่นไหลไร้รอยต่อได้ทุกที่ทุกเวลา เพื่อดึงดูดคนเก่งจากทุกที่บนโลก และเพิ่มคุณภาพชีวิตพนักงาน
งานที่เป็นกระบวนการซ้ำ ๆ โดยเฉพาะงานธุรการ งานในระดับ Middle Manager ถูกลดความสำคัญลง แต่บางสายงานยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่น พยาบาล ผู้ดูแลผู้สูงอายุ งานก่อสร้าง การศึกษา เทคโนโลยี และงานด้านมนุษย์ แต่ก็ต้องจำเป็นต้องเตรียมพร้อมปรับตัวเช่นกัน การวางแผนเส้นทางอาชีพใหม่ให้สอดคล้องกับตลาดจึงจำเป็นสำหรับคนรุ่นใหม่หรือคนที่ต้องการเปลี่ยนสายงาน
เมื่อ AI ทำงานซ้ำซากได้หมด ทักษะความเป็นมนุษย์ที่ AI ยังเข้าไม่ถึงจะยิ่งมีคุณค่า เช่น การสื่อสาร ความเห็นอกเห็นใจ ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ ทักษะเหล่านี้จะกลายเป็น “ทองคำ” ในตลาดแรงงาน
การเน้น Soft Skills และความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงกลยุทธ์ระยะยาวจะกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เราสามารถแยกออกจาก AI ได้
ยุคของการประเมินปีละครั้งแบบใช้เพียงสัญชาตญาณจะเริ่มหายไป องค์กรจะใช้ Data และ AI มาใช้วิเคราะห์ประสิทธิภาพ การมีส่วนร่วม และการทำงานร่วมกับทีม แม้ต้องระวังเรื่องจริยธรรมและความโปร่งใส แต่ข้อมูลที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์จะช่วยให้ HR ตัดสินใจได้แม่นยำ เป็นธรรม และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานได้
ขอบคุณข้อมูล : Truedigitalacademy
อ่านบทความเพิ่มเติม : RANKING
