ตลอดปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์สะเทือนโลกที่สร้างความสะเทือนใจเกิดขึ้นมากมาย ไทยพีบีเอสออนไลน์คัดเลือก 5 เหตุการณ์สะเทือนโลก เตือนให้ตระหนักรู้ เรียนรู้เพื่อการปรับตัวสู่อนาคต ด้วยความไม่ประมาท ทั้งการเงินและการใช้ชีวิต
Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.
รวม 5 เหตุการณ์สะเทือนโลกตลอดปีที่ผ่านมา
1.สงครามอิสราเอล-ฮามาส
เช้าตรู่วันที่ 7 ต.ค.2566 กลุ่มติดอาวุธฮามาสก่อเหตุโจมตีใหญ่อย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อนในอิสราเอล สังหารผู้คนไปกว่า 1,400 คน และจับตัวประกันไปมากกว่า 200 คน จากนั้นอิสราเอลโจมตีกลับตลอดระยะเวลา 7 สัปดาห์ สร้างความสูญเสีย คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ทั้งชาวอิสราเอลและปาเลสไตน์ ทหาร นักข่าว บุคลากรทางการแพทย์ กว่า 10,000 คน บาดเจ็บอีกกว่า 30,000 คน
ก่อนที่ วันที่ 24 พ.ย.2566 จะหยุดยิงชั่วคราวและแลกเปลี่ยนตัวประกันชาวต่างชาติที่ฮามาสจับกุมไว้ กับ ชาวปาเลสไตน์ที่ติดอยู่ในเรือนจำของอิสราเอล
2. แผ่นดินไหวตุรกี-ซีเรีย
6 ก.พ.2566 เวลา 04.17 น. ตามเวลาท้องถิ่น ได้เกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติแผ่นดินไหวใหญ่ที่ประเทศตุรกีและซีเรีย ขนาด 7.8 และ 7.5 ห่างกันไม่นาน ซึ่งเป็นแผ่นดินไหวที่เรียกว่าดับเบิ้ลช็อกโลก เพราะสร้างผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินต่อชาวตุรกีและซีเรียไม่น้อย ขณะที่ อาฟเตอร์ช็อก ขนาดเล็กหลายร้อยครั้งก็เกิดอย่างต่อเนื่อง และยังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6 ซ้ำอีกครั้ง ห่างกันไม่ถึง 3 สัปดาห์ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์
ทางการตุรกีได้รายงานได้รายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรอบแรกทั้งในตุรกีและซีเรีย มีมากกว่า 51,100 คน แบ่งเป็น 44,300 คนในตุรกี และ 6,700 คนในซีเรีย เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเรื่องที่คนทั่วโลกต้องตกตะลึงกับภัยพิบัติครั้งใหญ่ ที่นำมาถึงความช่วยเหลือจากนานาประเทศ ตามหลักมนุษยธรรม รวมทั้งประเทศไทยด้วย
3. เรือดำน้ำ Titan ระเบิด
18 มิ.ย.2566 เรือดำน้ำไททัน ประสบเหตุระเบิดใต้น้ำ คร่าชีวิตผู้โดยสารทั้งลำ ที่ลงไปเพื่อชมความสวยงามของ “เรือไททานิก” ใต้มหาสมุทรแอตแลนติกในระดับความลึกถึงราว 4,000 เมตร หรือ 4 กม. สำนักข่าว BBC รายงานว่าระดับความลึกใต้มหาสมุทรเช่นนี้ มีแรงดันน้ำที่มีน้ำหนักเทียบเท่ากับหอไอเฟล หรือหนักหลายหมื่นตัน หากเกิดรอยร้าวที่โครงสร้างของเรือดำน้ำ ก็จะทำให้แรงดันน้ำจากภายนอกบีบอัดเข้าไปภายในเรือได้ง่ายขึ้น ผู้เสียชีวิตจากโศกนาฏกรรมเรือไททันระเบิด ได้แก่
- ฮามิช ฮาร์ดิง มหาเศรษฐี นักสำรวจชาวอังกฤษ วัย 58 ปี
- ชาห์ซาดา ดาวูด นักธุรกิจชาวอังกฤษเชื้อสายปากีสถาน วัย 48 ปี
- สุเลมาน ดาวูด วัย 19 ปี
- ลูกชายนักธุรกิจชาวอังกฤษเชื้อสายปากีสถาน
- ปอล อองรี นาร์โฌเลต์ อดีต
- นักดำน้ำของกองทัพเรือฝรั่งเศส และ ผู้เชี่ยวชาญซากเรือไททานิก วัย 77 ปี
- สต็อกตัน รัช ผู้ก่อตั้งและ CEO บริษัทโอเชียนเกต วัย 61 ปี ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้บังคับการเรือ
4. โลกร้อนทำภูเขาน้ำแข็งขั้วโลกเคลื่อน
ภูเขาน้ำแข็ง A23a ที่มีความหนา 400 เมตร และมีพื้นที่ประมาณ 4,000 ตร.กม. ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็น 3 เท่าของนครนิวยอร์ก หนักประมาณ 1 ล้านล้านเมตริกตัน ครองตำแหน่ง “ภูเขาน้ำแข็งในปัจจุบันที่ใหญ่ที่สุด” นับตั้งแต่ทศวรรษ 1980 เกิดการเคลื่อนตัวออกจากปลายด้านเหนือของคาบสมุทรแอนตาร์กติก
A23a มีแนวโน้มที่จะเคลื่อนตัวเข้าสู่กระแสน้ำรอบขั้วโลกใต้ จากนั้นจะเคลื่อนตัวบนเส้นทางที่เรียกว่า “ตรอกภูเขาน้ำแข็ง” ที่อาจสร้างความเสี่ยงชนบริเวณตอนใต้ของจอร์เจีย ที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์และพื้นที่หาอาหารของแมวน้ำ นกเพนกวิน และนกทะเลหลายล้านตัว
5. เอลนีโญทำโลกร้อนสุดเป็นประวัติการณ์
ปรากฏการณ์เอลนีโญ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ล้วนมีส่วนทำให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้ว เช่น น้ำท่วม คลื่นความร้อน และ พายุหมุนเขตร้อนที่รุนแรง ศูนย์ข้อมูลสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (NOAA) คาดการณ์ว่าปี 2566 จะเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากที่เอลนีโญที่รุนแรงครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นในปี 2558-2559 และปี 2559 เป็นปีที่ร้อนที่สุดในขณะนั้น
ปรากฏการณ์เอลนีโญ สร้างความเสียหายระดับกว้างแก่หลายพื้นที่ในโลก เช่น อุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่สูงขึ้น ทำให้ก่อตัวเป็นเมฆฝนที่ตกหนักในพื้นที่ต่างๆ จนก่อให้เกิดน้ำท่วมใหญ่, ในบางพื้นที่ของออสเตรเลียและอินโดนีเซีย เกิดสภาวะแห้งแล้งและเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า, แอฟริกาตะวันออกที่ได้ผลกระทบจากภัยแล้งกลับมีแนวโน้มที่จะเผชิญกับสภาพอากาศที่มีฝนตกหนักจากอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญ ในขณะที่ส่วนอื่นๆ ของแอฟริกามีความแห้งแล้งมากกว่าสภาพอากาศโดยเฉลี่ย เป็นต้น