EV Technology ขึ้นชื่อว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ย่อมมาพร้อมกับเทคโนโลยีการขับขี่ที่เหนือชั้น ช่วยยกระดับประสบการณ์ขับขี่ของผู้ใช้ให้ปลอดภัยและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ซึ่งเบื้องหลังก็คือการนำเทคโนโลยี AI หรือปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้กับฟังก์ชันการใช้งานด้านต่าง ๆ ของรถยนต์ไฟฟ้านั่นเอง
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือ Artificial Intelligence คือเทคโนโลยีที่สามารถเลียนแบบกระบวนการคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจของมนุษย์ โดยใช้ข้อมูลมหาศาลมาประมวลผลและเรียนรู้จากประสบการณ์การใช้งาน ส่งผลให้มีการนำ AI ไปใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันด้วย
ในรถยนต์ไฟฟ้า AI ไม่เพียงเป็นเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายเท่านั้น แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพการใช้งาน ระบบ AI ในรถไฟฟ้าทำงานผ่านการเก็บข้อมูลจากเซนเซอร์ กล้อง และเรดาร์รอบตัวรถ เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์และตอบสนองอย่างเหมาะสม เช่น การควบคุมระยะห่างจากรถคันหน้า การตรวจจับสิ่งกีดขวาง และการเลือกเส้นทางที่เหมาะสม โดยการทำงานของ AI ในรถยนต์ไฟฟ้าแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่
นอกจากนี้ AI ยังสามารถเรียนรู้จากข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้ (Machine Learning) เพื่อนำไปพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน เช่น การจดจำรูปแบบการขับขี่ของเจ้าของรถ และการปรับแต่งระบบต่าง ๆ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้อีกด้วย
เทคโนโลยี AI ในรถยนต์ไฟฟ้าไม่เพียงพัฒนาขึ้นเพื่อความล้ำสมัยเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นไปที่การสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัย สะดวกสบาย และมีประสิทธิภาพสูงสุด ระบบ AI สามารถทำหน้าที่แทนผู้ขับขี่ในหลาย ๆ ด้าน จึงช่วยลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่และเสริมความปลอดภัยในทุกสถานการณ์ ผ่าน 5 ระบบอันทรงประสิทธิภาพเหล่านี้
ระบบ ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) คือระบบที่ออกแบบมาเพื่อลดภาระและเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่โดยเฉพาะ เช่น
• Adaptive Cruise Control (ACC) : ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ปรับความเร็วตามรถคันหน้า ช่วยให้การขับขี่ในทางไกลสะดวกขึ้น
• ระบบรักษาระยะห่าง : ใช้เซนเซอร์เพื่อตรวจจับและรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยจากรถคันหน้า
• ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ : ทำงานเมื่อรถตรวจจับว่ามีสิ่งกีดขวางที่อาจเกิดอุบัติเหตุ
• ระบบ Autonomous Driving : ระบบขับขี่อัตโนมัติที่ช่วยควบคุมรถในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน เช่น การเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ ช่วยลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างมาก
เป็นการนำทางด้วยเทคโนโลยี AI ที่มีความแม่นยำสูง สามารถคาดการณ์การจราจรล่วงหน้าและแนะนำเส้นทางที่รวดเร็วที่สุดเพื่อช่วยผู้ขับขี่ประหยัดเวลา โดยการวิเคราะห์ข้อมูลจราจรแบบเรียลไทม์ รวมทั้งช่วยค้นหาจุดชาร์จที่ใกล้ที่สุด พร้อมแสดงระยะทางและเวลาที่คาดว่าจะถึงด้วย
AI ช่วยวิเคราะห์การใช้พลังงานและแนะนำวิธีเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของแบตเตอรี่ได้ดี เช่น การควบคุมการชาร์จเพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ การตรวจจับอุณหภูมิที่เหมาะสม และการปรับสมดุลการจ่ายพลังงานในระหว่างขับขี่
ตัวช่วยเพิ่มความสะดวกในการควบคุมรถผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมอุณหภูมิในห้องโดยสารล่วงหน้าได้ หรือใช้ AI อย่าง Alexa หรือ Google Assistant ในรถยนต์ช่วยควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ด้วยเสียง
AI ในรถยนต์ไฟฟ้ามาพร้อมกับเทคโนโลยี Machine Learning เก็บข้อมูลการขับขี่แล้วนำไปประมวลผล เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ดีขึ้น เช่น การปรับที่นั่งและกระจกมองข้างโดยอัตโนมัติตามความสูงของผู้ใช้งาน การบันทึกเส้นทางที่ใช้งานประจำ การปรับโหมดขับขี่ที่ใช้บ่อย