การเงินดิจิทัล: ผลกระทบต่อลูกหนี้ในปี 2026
การเงินดิจิทัล: ผลกระทบต่อลูกหนี้ในปี 2026 เป็นประเด็นสำคัญที่ครอบคลุมการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในระบบสินเชื่อของไทย ท่ามกลางความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีการเงินและบริการสินเชื่อดิจิทัลในช่วงปี 2026 มีผลต่อพฤติกรรมการจัดการหนี้และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ
การเปลี่ยนแปลงของการเงินดิจิทัลในปี 2026

- การเข้าถึงสินเชื่อดิจิทัลง่ายขึ้น เสริมโอกาสแต่เพิ่มความเปราะบาง
- พฤติกรรมการก่อหนี้แบบหมุนเวียนและการชำระขั้นต่ำขยายตัวเร็ว
- แรงกดดันด้านรายได้และหนี้สินสะท้อนปัญหาความมั่นคงทางการเงิน
- แนวทางป้องกันและการจัดการความเสี่ยงสำคัญต่อการอยู่รอดทางเศรษฐกิจส่วนบุคคล
บทความนี้นำเสนอ “การเงินดิจิทัล: ผลกระทบต่อลูกหนี้ในปี 2026” โดยเน้นการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของระบบสินเชื่อผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ไปจนถึงพฤติกรรมทางการเงินและความท้าทายต่อการชำระหนี้ สาระสำคัญอยู่ที่แรงขับเคลื่อนของตลาดสินเชื่อดิจิทัล ปัจจัยความเสี่ยง และทิศทางเชิงบริหารจัดการที่ลูกหนี้สถานะต่างๆ ต้องเผชิญ
สถานการณ์นี้ควรได้รับความสนใจจากกลุ่มประชากรวัยทำงาน อายุ 20-40 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของเทคโนโลยีการเงินและบ่อยครั้งมีพฤติกรรมเข้าถึงผลิตภัณฑ์สินเชื่อดิจิทัลอย่างรวดเร็ว ผลกระทบต่อการจัดการหนี้ส่งผลต่อทั้งรายได้และคุณภาพชีวิตโดยตรงในยุคที่เศรษฐกิจมีความผันผวน
ประเภทของสินเชื่อดิจิทัลกับพฤติกรรมลูกหนี้
ปี 2026 รูปแบบสินเชื่อดิจิทัลที่ขยายตัวสูงสุด ได้แก่ บริการ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” (BNPL) และสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ จุดสังเกตสำคัญคือการเข้าถึงที่ง่ายทำให้อัตรา “หนี้เสีย” หรือการผิดนัดชำระของผู้ใช้ BNPL และแอปเงินกู้สูงกว่ากลุ่มลูกหนี้แบบดั้งเดิมอย่างชัดเจน ข้อมูลตลาดล่าสุดพบว่า ราว 1 ใน 3 ของผู้ใช้ BNPL มีอัตราส่วนการชำระหนี้ต่อรายได้สูงกว่า 60% หรือกล่าวได้ว่าภาระหนี้ของบุคคลเหล่านี้กินสัดส่วนมากกว่า 60% ของรายได้ต่อเดือน
| รูปแบบสินเชื่อ | สัดส่วนผู้มี DSR > 60% | ความเสี่ยงผิดนัดชำระ |
|---|---|---|
| BNPL | 33% | สูง |
| สินเชื่อแอปพลิเคชัน | ประมาณ 30% | สูง |
| สินเชื่อดั้งเดิม | < 15% | ปานกลาง-ต่ำ |
สาเหตุหลักของความเปราะบางเกิดจากความสะดวกในการสมัครใช้งานสินเชื่อดิจิทัลและกระบวนการอนุมัติที่รวดเร็ว ส่งเสริมพฤติกรรมก่อหนี้เกินศักยภาพ โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อย (ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อเดือน) สัดส่วน DSR ที่สูงเตือนถึงความเปราะบางทางเศรษฐกิจเป็นอย่างดี
พฤติกรรมทางการเงินของลูกหนี้ยุคดิจิทัล
ประชากรกลุ่มวัยทำงานไทยในปี 2026 แสดงออกถึง 3 ลักษณะพฤติกรรมการเงินที่มีความเสี่ยง:
- การชำระค่าบัตรเครดิตขั้นต่ำ (5-8% ของยอดชำระ) เพื่อถนอมกระแสเงินสด แต่ส่งผลให้เกิดดอกเบี้ยทบต้นสะสม
- การหมุนหนี้ด้วยการเบิกเงินสดหรือขอสินเชื่อดิจิทัลใหม่ มาโปะหนี้เดิม วนเวียนไม่จบสิ้น
- การใช้จ่ายเพื่อความสุขระยะสั้น เช่น ค่าอาหารหรือเครื่องดื่มหรู มากกว่าการลงทุนในทรัพย์สินหรือเป้าหมายขนาดใหญ่
ประมาณ 35% ของกลุ่มสำรวจชี้ว่า “กระแสเงินสดไม่เพียงพอ” เป็นปัญหาหลักทางการเงินในปี 2025 และปรากฏชัดต่อเนื่องสู่ปี 2026
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนความเปราะบางทั้งด้านรายได้หรือรายจ่ายที่ไม่สัมพันธ์กัน และวิธีคิดการใช้จ่ายที่ขาดวินัยทางการเงิน
แรงกดดันด้านรายได้และความสามารถในการชำระหนี้
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปี 2026 ยังอยู่ในระดับต่ำโดยมูลเหตุหลักคือ ค่าใช้จ่ายรายเดือนเพิ่มเร็วกว่าการเติบโตของรายได้ แม้แต่กลุ่มรายได้สูง (รายรับมากกว่า 100,000 บาทต่อเดือน) กว่า 20% ยังคงกังวลสถานะหนี้สิน ขณะที่ลูกหนี้กลุ่มรายได้ปานกลางถึงต่ำเผชิญแรงกดดันรุนแรงจากการรักษาสภาพคล่อง
- ภาวะ “รายได้ไม่โตตามรายจ่าย” ทำให้ลูกหนี้กลุ่มฐานล่างสะสมความเสี่ยงเร็วที่สุด
- การขาดวินัยทางการเงินและไม่สร้างเงินสำรองฉุกเฉิน ยิ่งทำให้ปัญหาลุกลามง่ายขึ้น
แนวทางการรับมือความเสี่ยงจากการเงินดิจิทัล
คำแนะนำที่ได้ผลในบริบทปี 2026 ได้แก่
- สร้างเงินสำรองฉุกเฉินขั้นต่ำ 3-6 เดือนของค่าใช้จ่ายเพื่อรองรับภาวะฉุกเฉิน
- กำหนดเพดาน DSR ส่วนตัวและใช้ระบบที่ควบคุมการจับจ่าย-ชำระเงินอย่างมีวินัย
- หลีกเลี่ยงการสมัครสินเชื่อดิจิทัลหลายรายการพร้อมกันโดยไม่มีความจำเป็น
- พัฒนานิสัยการออม-สร้างรายได้เสริมเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน
ในขณะเดียวกัน สถาบันการเงินและผู้ให้สินเชื่อควรยึดหลักความรับผิดชอบ เช่น การกำหนดเพดาน DSR อย่างเคร่งครัดและเสนออัตราดอกเบี้ยตามระดับความเสี่ยงเฉพาะตัวลูกหนี้
สรุปการปรับตัวเพื่อความมั่นคงทางการเงิน
ปี 2026 คือจุดตัดสำคัญที่การเงินดิจิทัลเปลี่ยนชีวิตผู้บริโภคไทยในทุกระดับ หากขาดการควบคุมวินัยทางการเงินหรือไม่มีมาตรการรับมือ อาจนำมาซึ่งปัญหาสภาพคล่องและความเสี่ยงเกิดวิกฤตหนี้อย่างกว้างขวาง การสร้างวินัยและเสริมภูมิคุ้มกันด้านการเงินส่วนบุคคลจะเป็นหัวใจของยุคนี้
สำหรับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการใช้จ่ายและปรับสมดุลทางการเงินในชีวิตประจำวัน เลือกชุดเสื้อผ้าคุณภาพดีสำหรับการทำงานหรือออกกำลังกายจากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ เพิ่มความมั่นใจในทุกโอกาส ติดต่อรับบริการผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าเพื่อองค์กรหรือธุรกิจแบรนด์ใหม่ได้ที่ ติดต่อเรา
ที่อยู่: 888 หมู่ 26 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000
โทรศัพท์: 094-295-9898