Skip to content
ranking5

Ranking5

Ranking5

Primary Menu
  • SPORT
  • TECH
  • CARS
  • GAME
  • HEALTH
  • BLOG
  • Home
  • แนวโน้มการทำงานแบบ Remote ที่กำลังเพิ่มขึ้นในไทย

แนวโน้มการทำงานแบบ Remote ที่กำลังเพิ่มขึ้นในไทย

LnW Loon 6 กุมภาพันธ์ 2026 1 minute read

แนวโน้มการทำงานแบบ Remote ที่กำลังเพิ่มขึ้นในไทย

สารบัญ

  • ภาพรวมแนวโน้มการทำงาน Remote ในไทย

    • การเปลี่ยนแปลงวิธีทำงานหลังโควิด
    • พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่กับ Remote Work
  • เปรียบเทียบรูปแบบการทำงาน—Remote, Hybrid และออฟฟิศเต็มตัว

    • ข้อดีของแต่ละรูปแบบ
    • ข้อท้าทายและข้อจำกัด
  • การปรับตัวขององค์กรและตลาดแรงงานไทย

    • ความต้องการใหม่ของพนักงาน Remote
  • บทสรุปเกี่ยวกับแนวโน้ม Remote Work ในไทย

แนวโน้มการทำงานแบบ Remote ที่กำลังเพิ่มขึ้นในไทยได้รับความสนใจอย่างมากจากองค์กรและพนักงานในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีช่วยให้การเชื่อมต่อไร้ข้อจำกัดและพื้นที่ทำงานไม่จำเป็นต้องยึดติดกับสถานที่อีกต่อไป ปัจจัยสำคัญที่เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้คือสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้รูปแบบการทำงานแบบ Remote และ Hybrid กลายเป็นหัวใจหลักของการขับเคลื่อนธุรกิจในปัจจุบันและในอนาคต

ภาพรวมแนวโน้มการทำงาน Remote ในไทย

แนวโน้มการทำงานแบบ Remote ที่กำลังเพิ่มขึ้นในไทย - remote-work-trends-thailand-2026

การทำงานแบบ Remote ในบริบทของไทยกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยรูปแบบ Hybrid ที่ผสมผสานทั้งการเข้าออฟฟิศและทำงานจากที่บ้าน เริ่มกลายเป็นมาตรฐานขององค์กรขนาดกลางถึงใหญ่ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีช่วยให้พนักงานและผู้บริหารสามารถติดตามและประเมินผลการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • อดีตของการทำงานในไทยมักเน้นที่การมาออฟฟิศและทำงานตามเวลา
  • หลังปี 2020 แนวโน้ม Remote work เติบโตตามเทคโนโลยีและการตอบสนองต่อวิกฤติโรคระบาด
  • ในปี 2026 Hybrid/Flexible จะกลายเป็นรูปแบบที่พบบ่อยที่สุดในองค์กร

การเปลี่ยนแปลงวิธีทำงานหลังโควิด

หลังจากเหตุการณ์โควิด-19 หลายองค์กรเลือกใช้แนวทาง Remote work หรือ Hybrid work เพื่อรักษาประสิทธิภาพการทำงานและสนับสนุนการเว้นระยะห่างทางสังคม การออกแบบวิธีทำงานที่เน้นเรื่อง Microshifting หรือการแบ่งเวลาทำงานเป็นช่วงสั้น ๆ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากพนักงาน

แนวคิด Microshifting ช่วยให้พนักงานจัดสรรเวลาทำงานและเวลาพักผ่อนได้เหมาะสม ส่งผลให้ 65% ของพนักงานในไทยสนใจแนวทางดังกล่าว

พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่กับ Remote Work

คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ซึ่งเป็นแรงงานกลุ่มใหญ่ในอนาคต มีแนวโน้มเลือกงานที่มีความยืดหยุ่นสูง รองลงมาคือการต้องการโครงสร้างงานที่ชัดเจน ผลสำรวจระบุว่ากว่า 50% ของกลุ่มนี้จะเปลี่ยนงานภายใน 1-2 ปี หากองค์กรไม่สนับสนุนแนวทาง Remote หรือ Flexible work

เปรียบเทียบรูปแบบการทำงาน—Remote, Hybrid และออฟฟิศเต็มตัว

เปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย และการใช้งานของ Remote, Hybrid และออฟฟิศเต็มตัวในองค์กรไทย
ปัจจัยสำคัญ Remote Hybrid ออฟฟิศเต็มตัว
ความยืดหยุ่น สูงที่สุด
รองรับ Microshifting
สูง
เลือกวันเข้าออฟฟิศได้
ต่ำ
ต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน
โอกาสเติบโตในอาชีพ จำกัด (50% รู้สึกโอกาสต่ำกว่าเดิม) สูง (84% พอใจ) สูง ปกติ
การใช้เทคโนโลยี- AI 61% 89% 80%
ความพึงพอใจเรื่องเวลาทำงาน 83% พึงพอใจ 83% พึงพอใจ มาตรฐานเดิม
ข้อท้าทายสำคัญ ขาดความยืดหยุ่น, ขาดการมองเห็นในองค์กร ต้องจัดสมดุลวันเข้าออฟฟิศ เสี่ยงลาออกสูงในกลุ่ม Gen Z

ข้อดีของแต่ละรูปแบบ

  • Remote work: เวลาทำงานและสถานที่ทำงานยืดหยุ่นสูง เหมาะกับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์หรือโฟกัสเดี่ยว
  • Hybrid: เลือกวันเข้าออฟฟิศ เพิ่มโอกาสการเชื่อมต่อและสื่อสารกับทีม เสริมวัฒนธรรมองค์กร
  • ออฟฟิศเต็มตัว: การสั่งงานและประสานงานรวดเร็ว แต่ขาดความยืดหยุ่นเทียบ Remote หรือ Hybrid

ข้อท้าทายและข้อจำกัด

  • Remote work อาจส่งผลต่อการเติบโตในสายงานและความรู้สึกถูกมองเห็น (Visibility) ในที่ประชุม
  • Hybrid ต้องสร้างสมดุลระหว่างเวลาเข้าออฟฟิศและเวลาทำงานจากที่บ้าน มิฉะนั้นอาจเกิดความขัดแย้งกับฝ่ายบริหาร
  • การเข้าออฟฟิศเต็มเวลาทำให้กลุ่มวัยทำงานใหม่วางแผนลาออกหากรูปแบบไม่ตอบโจทย์ชีวิต

การปรับตัวขององค์กรและตลาดแรงงานไทย

องค์กรในไทยกำลังอยู่ระหว่างการปรับกลยุทธ์เพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรกลุ่มใหม่ที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง โดย HR หันมาใช้เทคโนโลยี Digital Workplace และกำหนดรอบเข้าออฟฟิศที่ไม่ตายตัวเช่น 3 วัน/สัปดาห์ พร้อมทั้งส่งเสริมสวัสดิการใหม่รองรับ Remote work เช่น ค่า Wi-Fi หรือสนับสนุนอุปกรณ์

ความต้องการใหม่ของพนักงาน Remote

  • ชม.การทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น (34%)
  • สัปดาห์การทำงาน 4 วัน (27%)
  • เบี้ยสนับสนุนการทำงานจากบ้าน (19%)

พนักงาน Hybrid และ Remote ในไทยมีการใช้ AI และเทคโนโลยีช่วยงานมากกว่ากลุ่มเข้าออฟฟิศอย่างเต็มตัว จึงมีความคาดหวังให้บริษัทพัฒนาสภาพแวดล้อมดิจิทัลควบคู่กับโครงสร้างงานที่ชัดเจน

บทสรุปเกี่ยวกับแนวโน้ม Remote Work ในไทย

แนวโน้มการทำงานแบบ Remote ที่กำลังเพิ่มขึ้นในไทยเป็นสัญญาณสำคัญของการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรและตลาดแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นความยืดหยุ่นที่สูงขึ้น การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี หรือความท้าทายด้านโอกาสเติบโตในอาชีพ ล้วนเป็นโอกาสใหม่ที่องค์กรและบุคลากรควรตระหนัก เพื่อก้าวไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล

สำหรับธุรกิจหรือองค์กรที่ต้องการปรับตัวเข้าสู่ยุคใหม่ด้วยเสื้อผ้าองค์กรหรือเสื้อทีมที่ออกแบบเฉพาะ เพื่อตอบโจทย์ความเป็นอิสระและสร้างการมีส่วนร่วม แนะนำ ติดต่อเรา ผ่าน KDC SPORT เพื่อรับทางเลือกการผลิตเสื้อผ้าพิมพ์ลายและเสื้อสำหรับทุกกิจกรรมอย่างมืออาชีพ

About the Author

LnW Loon

Administrator

View All Posts

Post navigation

Previous: นวัตกรรมอาหารไทยเพื่อสุขภาพ รับมือวิกฤตโภชนาการ

Recent Posts

  • แนวโน้มการทำงานแบบ Remote ที่กำลังเพิ่มขึ้นในไทย
  • นวัตกรรมอาหารไทยเพื่อสุขภาพ รับมือวิกฤตโภชนาการ
  • การเงินส่วนบุคคล: 5 กลยุทธ์ช่วยประหยัดเงิน
  • เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ด้วย AI ในการศึกษา 2026
  • อนาคตของการแพทย์ทางไกลในไทยปี 2026

Archives

  • กุมภาพันธ์ 2026
  • มกราคม 2026
  • ธันวาคม 2025
  • พฤศจิกายน 2025
  • ตุลาคม 2025
  • กันยายน 2025
  • สิงหาคม 2025
  • กรกฎาคม 2025
  • มิถุนายน 2025
  • พฤษภาคม 2025
  • เมษายน 2025

Categories

  • กีฬา
  • บทความ
  • พลังงานหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อม
  • สุขภาพและการแพทย์
  • เกมส์
  • เทคโนโลยี & นวัตกรรม

You may have missed

แนวโน้มการทำงานแบบ Remote ที่กำลังเพิ่มขึ้นในไทย

LnW Loon 6 กุมภาพันธ์ 2026 0
thai-innovation-health-nutrition-featured
  • บทความ

นวัตกรรมอาหารไทยเพื่อสุขภาพ รับมือวิกฤตโภชนาการ

LnW Loon 6 กุมภาพันธ์ 2026 0

การเงินส่วนบุคคล: 5 กลยุทธ์ช่วยประหยัดเงิน

LnW Loon 6 กุมภาพันธ์ 2026 0
ai-in-education-effectiveness-featured
  • บทความ

เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ด้วย AI ในการศึกษา 2026

LnW Loon 6 กุมภาพันธ์ 2026 0
  • SPORT
  • TECH
  • CARS
  • GAME
  • HEALTH
  • BLOG
Copyright © All rights reserved. | MoreNews by AF themes.