Skip to content
Ranking5

Ranking5

Ranking5

Primary Menu
  • SPORT
  • TECH
  • CARS
  • GAME
  • HEALTH
  • BLOG
  • Home
  • บทความ
  • เงินบำนาญดิจิทัล “Digital Baum” รัฐสวัสดิการใหม่ 2569
  • บทความ

เงินบำนาญดิจิทัล “Digital Baum” รัฐสวัสดิการใหม่ 2569

เงินบำนาญดิจิทัล Digital Baum มีจริงหรือ? เจาะลึกรัฐสวัสดิการใหม่ปี 2569 ว่ามีการปรับเปลี่ยนอย่างไร ทั้งประกันสังคมและกองทุนสำคัญที่ส่งผลต่ออนาคตคุณ อ่านเพื่อเตรียมพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงที่กำลังมาถึง.
LnW Loon 2 เมษายน 2026 1 minute read
digital-baum-pension-scheme-2026-featured

เงินบำนาญดิจิทัล “Digital Baum” รัฐสวัสดิการใหม่ 2569

สารบัญ

  • ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
  • ภาพรวมระบบบำนาญไทยในยุคเปลี่ยนผ่าน
  • การปฏิรูประบบสวัสดิการสังคมปี 2569: การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง
    • การปรับเพิ่มเพดานเงินสมทบกองทุนประกันสังคม
    • กองทุนสวัสดิการลูกจ้าง (EWF): แผนภาคบังคับใหม่
    • การทบทวนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Funds)
  • แนวคิดเงินบำนาญดิจิทัล และ “Digital Baum”
    • นิยามของเงินบำนาญดิจิทัล
    • เทคโนโลยีบล็อกเชนกับอนาคตของระบบบำนาญ
    • สถานะของโครงการ “Digital Baum” ในปัจจุบัน
  • ศักยภาพและความท้าทายของระบบบำนาญดิจิทัล
    • ข้อดีและโอกาสในการประยุกต์ใช้
    • ความเสี่ยงและอุปสรรคที่ต้องพิจารณา
  • เปรียบเทียบระบบบำนาญปัจจุบันและแนวคิดดิจิทัล
  • บทสรุป: ทิศทางระบบบำนาญไทยสู่ความมั่นคงในสังคมสูงวัย

แนวคิดเรื่อง เงินบำนาญดิจิทัล “Digital Baum” รัฐสวัสดิการใหม่ 2569 ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของประเทศไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ การแสวงหาระบบสวัสดิการที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพเพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณจึงกลายเป็นวาระสำคัญ อย่างไรก็ตาม ในขณะที่แนวคิดเรื่องบำนาญดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงยังคงอยู่ในขั้นตอนการศึกษาและพัฒนา ประเทศไทยกำลังจะมีการปฏิรูประบบสวัสดิการและบำนาญที่มีผลบังคับใช้จริงในปี 2569 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญและส่งผลกระทบโดยตรงต่อแรงงานและนายจ้างทั่วประเทศ

ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ

เงินบำนาญดิจิทัล

  • การปฏิรูปปี 2569: ในปี พ.ศ. 2569 ประเทศไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงระบบประกันสังคมและสวัสดิการลูกจ้างที่สำคัญ ซึ่งรวมถึงการปรับขึ้นเพดานค่าจ้างสำหรับคำนวณเงินสมทบ และการเริ่มใช้กองทุนสวัสดิการลูกจ้างภาคบังคับใหม่
  • “Digital Baum” เป็นแนวคิด: จากข้อมูลในปัจจุบัน โครงการที่ใช้ชื่อว่า “Digital Baum” หรือระบบเงินบำนาญดิจิทัลเต็มรูปแบบที่ใช้บล็อกเชนยังไม่ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการ และยังคงเป็นแนวคิดที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาถึงความเป็นไปได้
  • ความท้าทายของสังคมสูงวัย: การปฏิรูปทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อรับมือกับความท้าทายของสังคมสูงวัย (Aging Society) และสร้างหลักประกันรายได้ที่ยั่งยืนให้กับประชากรวัยเกษียณ
  • เทคโนโลยีเป็นอนาคต: แม้จะยังไม่ถูกนำมาใช้เต็มรูปแบบ แต่เทคโนโลยีอย่างบล็อกเชนและเงินดิจิทัลภาครัฐถูกมองว่ามีศักยภาพสูงในการยกระดับระบบบำนาญในอนาคตให้มีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ผลกระทบวงกว้าง: การเปลี่ยนแปลงในปี 2569 จะส่งผลกระทบต่อนายจ้างและลูกจ้างในระบบประกันสังคมทุกคน จึงจำเป็นต้องมีความเข้าใจในรายละเอียดเพื่อการวางแผนทางการเงินที่เหมาะสม

ภาพรวมระบบบำนาญไทยในยุคเปลี่ยนผ่าน

ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านประชากรศาสตร์ครั้งสำคัญ การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้สูงอายุสวนทางกับอัตราการเกิดที่ลดลง ส่งผลให้โครงสร้างประชากรเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว สถานการณ์นี้สร้างแรงกดดันอย่างมหาศาลต่อระบบเศรษฐกิจและระบบสวัสดิการสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบบำเหน็จบำนาญ ซึ่งเป็นหลักประกันรายได้หลักสำหรับประชากรหลังวัยทำงาน รัฐบาลจึงตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปฏิรูประบบที่มีอยู่เพื่อให้สามารถรองรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในอนาคตและสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับประชาชนในระยะยาว

การปฏิรูปที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2569 ถือเป็นก้าวสำคัญในการปรับโครงสร้างระบบสวัสดิการให้สอดคล้องกับบริบททางสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป โดยมุ่งเน้นการเพิ่มเสถียรภาพของกองทุนประกันสังคมและขยายความครอบคลุมของสวัสดิการภาคบังคับ ขณะเดียวกัน กระแสโลกที่มุ่งสู่เศรษฐกิจดิจิทัลได้จุดประกายให้เกิดการพูดถึงแนวคิดการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น บล็อกเชน มาประยุกต์ใช้กับระบบสวัสดิการภาครัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และลดต้นทุนการบริหารจัดการ ซึ่งนำไปสู่แนวคิดเรื่อง “เงินบำนาญดิจิทัล” ที่แม้จะยังไม่เป็นรูปธรรมในปัจจุบัน แต่ก็สะท้อนถึงวิสัยทัศน์และทิศทางการพัฒนาในอนาคต

การปฏิรูประบบสวัสดิการสังคมปี 2569: การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง

แม้ว่าหัวข้อ “เงินบำนาญดิจิทัล” จะเป็นที่น่าจับตามอง แต่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมและได้รับการยืนยันแล้วว่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในปี 2569 คือการปฏิรูปโครงสร้างของระบบประกันสังคมและกองทุนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้

การปรับเพิ่มเพดานเงินสมทบกองทุนประกันสังคม

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกันตนและนายจ้างมากที่สุด คือการปรับเพิ่มเพดานค่าจ้างสูงสุดที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม โดยจะมีการปรับขึ้นเป็นระยะดังนี้:

  • ปี 2569: เพดานค่าจ้างจะปรับขึ้นจาก 15,000 บาท เป็น 17,500 บาทต่อเดือน
  • ปี 2572: ปรับขึ้นเป็น 20,000 บาทต่อเดือน
  • ปี 2575: ปรับขึ้นเป็น 23,000 บาทต่อเดือน

การปรับเพิ่มเพดานดังกล่าวหมายความว่า ผู้ประกันตนที่มีรายได้สูงกว่าเพดานเดิมจะต้องนำส่งเงินสมทบในอัตราที่สูงขึ้น เช่นเดียวกับนายจ้างที่จะต้องจ่ายเงินสมทบในส่วนของตนเองเพิ่มขึ้นตามไปด้วย การเปลี่ยนแปลงนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มรายรับเข้าสู่กองทุนประกันสังคมให้มีความมั่นคงมากขึ้น และเพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ รวมถึงเงินบำนาญชราภาพในจำนวนที่สูงขึ้นตามฐานเงินเดือนที่เพิ่มขึ้น

กองทุนสวัสดิการลูกจ้าง (EWF): แผนภาคบังคับใหม่

อีกหนึ่งการปฏิรูปครั้งใหญ่ คือการจัดตั้ง กองทุนสวัสดิการลูกจ้าง (Employee Welfare Fund – EWF) ซึ่งเป็นแผนสวัสดิการภาคบังคับที่มีกำหนดจะเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 กองทุนนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นหลักประกันเพิ่มเติมให้กับลูกจ้างนอกเหนือจากกองทุนประกันสังคมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) ที่เป็นแบบสมัครใจ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างวินัยการออมและเพิ่มความครอบคลุมของระบบบำนาญให้แก่แรงงานในระบบให้มากที่สุด รายละเอียดและเงื่อนไขของ EWF ยังคงต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่หลักการเบื้องต้นคือการกำหนดให้นายจ้างและลูกจ้างต้องนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนนี้ ซึ่งจะเป็นแหล่งรายได้เพิ่มเติมสำหรับลูกจ้างเมื่อเกษียณอายุ

การทบทวนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Funds)

นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงภาคบังคับแล้ว รัฐบาลยังได้มีการทบทวนระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่มีอยู่เดิม ซึ่งเป็นระบบการออมเพื่อการเกษียณอายุแบบสมัครใจ (Defined-Contribution) โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้นายจ้างจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้แก่พนักงานมากขึ้น รวมถึงเพิ่มการแข่งขันระหว่างบริษัทจัดการกองทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าให้แก่สมาชิก การทบทวนนี้อาจนำไปสู่มาตรการจูงใจทางภาษีหรือการปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆ เพื่อให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นเครื่องมือการออมที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับแรงงานทุกระดับ

การปฏิรูปในปี 2569 นับเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงของระบบสวัสดิการไทย เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายจากสังคมสูงวัยอย่างมีประสิทธิภาพ

แนวคิดเงินบำนาญดิจิทัล และ “Digital Baum”

ในขณะที่การปฏิรูปโครงสร้างเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง แนวคิดเรื่องการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้กับระบบบำนาญก็เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อปฏิวัติระบบการจัดการสวัสดิการให้ก้าวทันโลกยุคใหม่

นิยามของเงินบำนาญดิจิทัล

เงินบำนาญดิจิทัล (Digital Pension) คือระบบการบริหารจัดการเงินบำนาญที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นแกนหลัก ตั้งแต่ขั้นตอนการลงทะเบียนสมาชิก การนำส่งเงินสมทบ การบริหารจัดการกองทุน การคำนวณสิทธิประโยชน์ ไปจนถึงการจ่ายเงินบำนาญให้กับผู้รับ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดขั้นตอนที่ซับซ้อน ลดการใช้กระดาษ เพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินงาน และที่สำคัญคือการสร้างความโปร่งใสให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบข้อมูลได้

เทคโนโลยีบล็อกเชนกับอนาคตของระบบบำนาญ

บล็อกเชน (Blockchain) เป็นเทคโนโลยีเบื้องหลังสกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับความสนใจอย่างมากในการนำมาประยุกต์ใช้กับระบบบำนาญ เนื่องจากมีคุณสมบัติที่โดดเด่นหลายประการ:

  • ความโปร่งใส (Transparency): ข้อมูลการทำธุรกรรมทั้งหมดจะถูกบันทึกในบัญชีแยกประเภทแบบกระจายศูนย์ (Distributed Ledger) ทำให้ทุกฝ่ายที่ได้รับอนุญาตสามารถเข้าถึงและตรวจสอบข้อมูลเดียวกันได้ ลดปัญหาการทุจริตหรือความผิดพลาด
  • ความปลอดภัย (Security): ข้อมูลที่ถูกบันทึกในบล็อกเชนแล้วจะไม่สามารถแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงได้ (Immutability) ทำให้มีความน่าเชื่อถือและปลอดภัยสูง
  • ประสิทธิภาพ (Efficiency): การใช้สัญญาอัจฉริยะ (Smart Contracts) สามารถทำให้กระบวนการต่างๆ เช่น การจ่ายเงินบำนาญเมื่อครบกำหนดอายุ เป็นไปโดยอัตโนมัติ ลดต้นทุนและเวลาในการบริหารจัดการ
  • การตรวจสอบตัวตน (Identity Verification): สามารถใช้ในการสร้างระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล (Digital ID) ที่ปลอดภัยสำหรับผู้รับบำนาญ เพื่อป้องกันการสวมรอย

การนำบล็อกเชนมาใช้ อาจช่วยให้ผู้ประกันตนสามารถติดตามเงินสมทบและผลตอบแทนการลงทุนของตนเองได้อย่างใกล้ชิดและเป็นปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยสร้างความไว้วางใจในระบบบำนาญของภาครัฐได้มากขึ้น

สถานะของโครงการ “Digital Baum” ในปัจจุบัน

สำหรับชื่อโครงการ “Digital Baum” นั้น จากข้อมูลสาธารณะที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องว่ามีโครงการดังกล่าวอยู่จริง หรือมีแผนที่จะเปิดตัวในอนาคตอันใกล้ ดังนั้น “Digital Baum” จึงอาจเป็นเพียงชื่อที่ใช้เรียกแนวคิดหรือโครงการนำร่องที่ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้เท่านั้น การพัฒนาระบบบำนาญดิจิทัลเต็มรูปแบบจำเป็นต้องอาศัยการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านกฎหมายและเทคโนโลยีที่ซับซ้อน ซึ่งต้องใช้เวลาในการพัฒนาและทดสอบอย่างรอบคอบ

ศักยภาพและความท้าทายของระบบบำนาญดิจิทัล

การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบบำนาญดิจิทัลเต็มรูปแบบย่อมมาพร้อมกับโอกาสและความท้าทายที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน

ข้อดีและโอกาสในการประยุกต์ใช้

  • การเข้าถึงที่ง่ายขึ้น: ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลสิทธิประโยชน์และสถานะกองทุนของตนเองได้ง่ายผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน
  • ลดต้นทุนการบริหาร: ระบบอัตโนมัติช่วยลดภาระงานของเจ้าหน้าที่และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของภาครัฐ
  • ความแม่นยำของข้อมูล: ลดความผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์ (Human Error) ในการบันทึกและคำนวณข้อมูล
  • นโยบายที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล: ภาครัฐสามารถนำข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) จากระบบมาวิเคราะห์เพื่อออกแบบนโยบายสวัสดิการที่ตอบโจทย์ประชาชนได้ดียิ่งขึ้น

ความเสี่ยงและอุปสรรคที่ต้องพิจารณา

  • ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล (Digital Divide): กลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลอาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล
  • ความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity): ระบบที่เก็บข้อมูลทางการเงินและข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมากย่อมเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางไซเบอร์ จึงต้องมีการลงทุนในระบบป้องกันขั้นสูง
  • กฎหมายและข้อบังคับ: จำเป็นต้องมีการปรับปรุงหรือร่างกฎหมายใหม่เพื่อรองรับการทำงานของเทคโนโลยีบล็อกเชนและเงินดิจิทัล
  • การยอมรับจากสาธารณะ: การสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้กับประชาชนเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้เกิดการยอมรับและใช้งานอย่างแพร่หลาย

เปรียบเทียบระบบบำนาญปัจจุบันและแนวคิดดิจิทัล

ตารางเปรียบเทียบภาพรวมระหว่างระบบบำนาญตามการปฏิรูปปี 2569 และแนวคิดระบบบำนาญดิจิทัลในอนาคต
คุณลักษณะ ระบบบำนาญ (หลังปฏิรูปปี 2569) แนวคิดระบบบำนาญดิจิทัล (อนาคต)
เทคโนโลยีหลัก ระบบฐานข้อมูลแบบรวมศูนย์ (Centralized Database) บล็อกเชน (Blockchain), สัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract)
การบริหารจัดการ ดำเนินการโดยหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการเงินที่ได้รับมอบหมาย อาจเป็นระบบอัตโนมัติมากขึ้น ลดการพึ่งพาตัวกลาง
ความโปร่งใส การตรวจสอบทำได้ผ่านหน่วยงานกลาง อาจมีข้อจำกัด ตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์ผ่านบัญชีแยกประเภทแบบกระจายศูนย์
การเข้าถึงข้อมูล ผ่านช่องทางของหน่วยงาน เช่น เว็บไซต์, แอปพลิเคชัน, สำนักงาน เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยตรงผ่าน Digital ID ที่ปลอดภัย
ความเร็วในการทำธุรกรรม ขึ้นอยู่กับกระบวนการและรอบการดำเนินการของหน่วยงาน รวดเร็วใกล้เคียงเรียลไทม์ โดยเฉพาะการจ่ายผลประโยชน์
สถานะปัจจุบัน มีผลบังคับใช้จริงตามกำหนดการในปี 2569 ยังเป็นเพียงแนวคิดและอยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้

บทสรุป: ทิศทางระบบบำนาญไทยสู่ความมั่นคงในสังคมสูงวัย

โดยสรุปแล้ว แม้แนวคิดเรื่อง เงินบำนาญดิจิทัล “Digital Baum” รัฐสวัสดิการใหม่ 2569 จะสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลในการนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาของประเทศ แต่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมและจะส่งผลกระทบโดยตรงในอนาคตอันใกล้คือการปฏิรูประบบประกันสังคมและการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการลูกจ้างภาคบังคับ ซึ่งถือเป็นการวางรากฐานที่สำคัญเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับระบบสวัสดิการของไทยในการรับมือกับสังคมสูงวัย

การปรับเพิ่มเพดานเงินสมทบและการมีกองทุนภาคบังคับใหม่เป็นก้าวที่จำเป็นในการเพิ่มแหล่งรายได้หลังเกษียณให้แก่ประชาชน ขณะที่แนวคิดบำนาญดิจิทัลโดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนยังคงเป็นภาพอนาคตที่ต้องอาศัยการศึกษา พัฒนา และเตรียมความพร้อมในหลายมิติ ทั้งด้านเทคโนโลยี กฎหมาย และการยอมรับของสังคม การติดตามความคืบหน้าของการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทั้งนายจ้างและลูกจ้าง เพื่อให้สามารถวางแผนทางการเงินและปรับตัวให้เข้ากับภูมิทัศน์ใหม่ของรัฐสวัสดิการไทยได้อย่างเหมาะสม

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข่าวสารด้านการเงิน เทคโนโลยี และเทรนด์ใหม่ๆ สามารถ อ่านบทความเพิ่มเติม เพื่อให้ก้าวทันทุกความเคลื่อนไหวในโลกยุคดิจิทัล

About the Author

LnW Loon

Administrator

View All Posts

Post navigation

Previous: AI จัดพอร์ตให้ รอดจริงไหม? วางแผนเกษียณยุคใหม่
Next: AI จัดพอร์ตเกษียณส่วนตัว ทำเองได้จริงหรือ?

Related News

ai-retirement-planning-thailand-featured-1
  • บทความ

AI จัดพอร์ตเกษียณ เงินน้อยก็เริ่มได้จริงหรือ?

LnW Loon 4 เมษายน 2026
personalized-nutrition-dna-testing-featured
  • บทความ

“อาหารเฉพาะบุคคล” เทรนด์สุขภาพใหม่ แค่ตรวจ DNA ก็รู้

LnW Loon 4 เมษายน 2026
plant-based-thai-street-food-featured
  • บทความ

สตรีทฟู้ด Plant-Based รับคลื่นนักท่องเที่ยว 2026

LnW Loon 4 เมษายน 2026

Recent Posts

  • AI จัดพอร์ตเกษียณ เงินน้อยก็เริ่มได้จริงหรือ?
  • “อาหารเฉพาะบุคคล” เทรนด์สุขภาพใหม่ แค่ตรวจ DNA ก็รู้
  • สตรีทฟู้ด Plant-Based รับคลื่นนักท่องเที่ยว 2026
  • ศิลปะ AI “ศิลป์บอท” เขย่าวงการ ประมูลทะลุล้าน
  • สงกรานต์ 2569: AI จัดการน้ำ รับมือภัยแล้ง

Archives

  • เมษายน 2026
  • มีนาคม 2026
  • กุมภาพันธ์ 2026
  • มกราคม 2026
  • ธันวาคม 2025
  • พฤศจิกายน 2025
  • ตุลาคม 2025
  • กันยายน 2025
  • สิงหาคม 2025
  • กรกฎาคม 2025
  • มิถุนายน 2025
  • พฤษภาคม 2025
  • เมษายน 2025

Categories

  • กีฬา
  • บทความ
  • พลังงานหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อม
  • สุขภาพและการแพทย์
  • เกมส์
  • เทคโนโลยี & นวัตกรรม

You may have missed

ai-retirement-planning-thailand-featured-1
  • บทความ

AI จัดพอร์ตเกษียณ เงินน้อยก็เริ่มได้จริงหรือ?

LnW Loon 4 เมษายน 2026
personalized-nutrition-dna-testing-featured
  • บทความ

“อาหารเฉพาะบุคคล” เทรนด์สุขภาพใหม่ แค่ตรวจ DNA ก็รู้

LnW Loon 4 เมษายน 2026
plant-based-thai-street-food-featured
  • บทความ

สตรีทฟู้ด Plant-Based รับคลื่นนักท่องเที่ยว 2026

LnW Loon 4 เมษายน 2026
ai-art-auction-thailand-controversy-featured
  • พลังงานหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อม

ศิลปะ AI “ศิลป์บอท” เขย่าวงการ ประมูลทะลุล้าน

LnW Loon 4 เมษายน 2026
  • SPORT
  • TECH
  • CARS
  • GAME
  • HEALTH
  • BLOG
Copyright © All rights reserved. | MoreNews by AF themes.