Skip to content
Ranking5

Ranking5

Ranking5

Primary Menu
  • SPORT
  • TECH
  • CARS
  • GAME
  • HEALTH
  • BLOG
  • Home
  • บทความ
  • เงินดิจิทัล 2.0 เข้าข่ายต้องเสียภาษี? วางแผนรับมือก่อนใคร
  • บทความ

เงินดิจิทัล 2.0 เข้าข่ายต้องเสียภาษี? วางแผนรับมือก่อนใคร

เงินดิจิทัล 2.0 ต้องเสียภาษีไหม? อย่าเพิ่งวางใจ! แม้ยังไม่ชัดเจน บทความนี้จะเปิดประเด็นภาษีเงินดิจิทัล 10,000 บาท ที่ผู้รับและร้านค้าควรรู้ พร้อมแนวทางวางแผนรับมืออย่างชาญฉลาด เพื่อไม่ให้พลาดทุกการเตรียมตัว คลิกอ่านเลย!
LnW Loon 11 เมษายน 2026 1 minute read
digital-wallet-2-tax-planning-2026-featured

เงินดิจิทัล 2.0 เข้าข่ายต้องเสียภาษี? วางแผนรับมือก่อนใคร

สารบัญ

  • ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา
  • ภาพรวมนโยบายเงินดิจิทัล 2.0 และประเด็นด้านภาษี
  • ใครบ้างที่อาจเข้าข่ายต้องเสียภาษีจากเงินดิจิทัล 10,000 บาท

    • กลุ่มประชาชนผู้รับสิทธิ์
    • กลุ่มร้านค้าและผู้ประกอบการ
  • แนวทางการวางแผนภาษี: บทเรียนจากสินทรัพย์ดิจิทัล

    • หลักการคำนวณกำไรและขาดทุน
    • ตัวอย่างการคำนวณภาษีจากกรมสรรพากร
    • เงื่อนไขและข้อยกเว้นที่ควรทราบ
  • ข้อแนะนำเชิงปฏิบัติ: เตรียมตัวอย่างไรก่อนนโยบายเริ่มจริง

    • ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการ
    • จัดเก็บบันทึกและเอกสารทุกธุรกรรม
    • ประเมินภาระภาษีเบื้องต้น
  • บทสรุปและแนวทางการวางแผนภาษีในอนาคต

นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการ “เงินดิจิทัล 2.0” หรือการแจกเงิน 10,000 บาท ได้สร้างความสนใจและคำถามสำคัญในหมู่ประชาชนและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าเงินจำนวนดังกล่าวเข้าข่ายต้องเสียภาษีหรือไม่ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการวางแผนการเงินส่วนบุคคลในปีภาษี 2569 การทำความเข้าใจหลักเกณฑ์ทางภาษีที่อาจเกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อเตรียมความพร้อมล่วงหน้า

ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา

เงินดิจิทัล 2.0 เข้าข่ายต้องเสียภาษี? วางแผนรับมือก่อนใคร - digital-wallet-2-tax-planning-2026

  • สถานะทางภาษีไม่แน่นอน: ปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนจากภาครัฐว่าเงินดิจิทัล 10,000 บาท จะได้รับการยกเว้นภาษีหรือไม่ ทำให้ผู้รับสิทธิ์และร้านค้ายังคงต้องติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด
  • หลักการเบื้องต้นตามกฎหมาย: ตามประมวลรัษฎากร เงินที่ได้รับจากโครงการอาจถูกพิจารณาเป็น “เงินได้พึงประเมิน” ซึ่งต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เว้นแต่จะมีกฎหมายเฉพาะประกาศยกเว้นให้
  • ภาระภาษีของผู้ประกอบการ: ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการมีหน้าที่ต้องนำรายได้ส่วนนี้ไปรวมคำนวณภาษีเงินได้ และหากเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ก็อาจมีภาระภาษีที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
  • แนวทางจากโครงการในอดีต: โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจก่อนหน้านี้ เช่น “คนละครึ่ง” หรือ “ช้อปดีมีคืน” ได้รับการยกเว้นภาษี ซึ่งอาจเป็นบรรทัดฐานสำหรับนโยบายเงินดิจิทัล 2.0 ในอนาคต
  • การเตรียมตัวคือสิ่งสำคัญ: การจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และเก็บหลักฐานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้การยื่นภาษีเป็นไปอย่างถูกต้องและลดความเสี่ยงหากต้องเสียภาษีจริง

ประเด็นเรื่อง เงินดิจิทัล 2.0 เข้าข่ายต้องเสียภาษี? วางแผนรับมือก่อนใคร กลายเป็นหัวข้อสนทนาที่สำคัญ เนื่องจากนโยบายนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยการอัดฉีดเงิน 10,000 บาท ผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลให้แก่ประชาชนที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ แม้ว่าวัตถุประสงค์หลักคือการส่งเสริมการใช้จ่ายภายในประเทศ แต่ผลกระทบทางอ้อมที่ตามมาคือภาระทางภาษีที่อาจเกิดขึ้น ทั้งกับผู้ที่ได้รับเงินโดยตรงและร้านค้าที่รับชำระเงินจากโครงการนี้ การทำความเข้าใจในเบื้องต้นจึงเป็นกุญแจสำคัญในการวางแผนการเงินส่วนบุคคลและธุรกิจให้สอดคล้องกับข้อกฎหมายที่อาจเปลี่ยนแปลงได้

ภาพรวมนโยบายเงินดิจิทัล 2.0 และประเด็นด้านภาษี

นโยบายเงินดิจิทัล 2.0 เป็นโครงการที่ริเริ่มโดยรัฐบาลชุดใหม่ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศผ่านการเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชนโดยตรง โครงการนี้มีแผนจะมอบเงินจำนวน 10,000 บาทให้กับผู้มีสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชันกระเป๋าเงินดิจิทัล เพื่อนำไปใช้จ่ายกับร้านค้าในพื้นที่ที่กำหนด แม้เดิมทีจะมีกำหนดการเริ่มต้นในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 แต่ได้มีการเลื่อนกำหนดการออกไปเป็นช่วงไตรมาสแรกของปี 2568 เพื่อพิจารณาในรายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ ให้รอบคอบยิ่งขึ้น

หัวใจสำคัญที่ทำให้เกิดคำถามด้านภาษีคือสถานะของเงิน 10,000 บาทนี้ ตามหลักการของประมวลรัษฎากร เงินหรือผลประโยชน์ใดๆ ที่บุคคลได้รับซึ่งสามารถคำนวณเป็นมูลค่าทางการเงินได้ จะถูกจัดว่าเป็น “เงินได้พึงประเมิน” ซึ่งโดยปกติแล้วจะต้องนำไปรวมกับรายได้อื่นๆ เพื่อคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตอนสิ้นปี อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีอำนาจในการออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อยกเว้นภาษีสำหรับเงินได้บางประเภท โดยเฉพาะที่มาจากโครงการสวัสดิการหรือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ ซึ่งเป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับโครงการในลักษณะคล้ายกัน ดังนั้น ความชัดเจนในเรื่องนี้จึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจและประกาศอย่างเป็นทางการของรัฐบาลและกรมสรรพากรในอนาคต

ใครบ้างที่อาจเข้าข่ายต้องเสียภาษีจากเงินดิจิทัล 10,000 บาท

ภายใต้กรอบของกฎหมายภาษีปัจจุบัน หากไม่มีการประกาศยกเว้นเป็นการเฉพาะ กลุ่มบุคคลที่อาจได้รับผลกระทบทางภาษีจากโครงการเงินดิจิทัล 2.0 สามารถแบ่งออกได้เป็นสองกลุ่มหลัก ดังนี้

กลุ่มประชาชนผู้รับสิทธิ์

สำหรับประชาชนทั่วไปที่ได้รับเงิน 10,000 บาทจากโครงการนี้ เงินจำนวนดังกล่าวอาจถูกตีความว่าเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งหมายความว่าผู้รับสิทธิ์จะต้องนำเงิน 10,000 บาทนี้ไปรวมคำนวณกับรายได้อื่นๆ ที่ได้รับตลอดทั้งปีภาษี เช่น เงินเดือน, ค่าจ้าง, หรือรายได้จากอาชีพอิสระ เพื่อยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90/91)

ภาระภาษีที่เกิดขึ้นจะคำนวณตามอัตราภาษีก้าวหน้า ตั้งแต่ 5% ถึง 35% ขึ้นอยู่กับฐานเงินได้สุทธิของแต่ละบุคคล อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้สูงที่รัฐบาลจะประกาศยกเว้นภาษีสำหรับเงินส่วนนี้ เหมือนที่เคยทำในโครงการ “คนละครึ่ง” และ “ช้อปดีมีคืน” เพื่อให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและไม่สร้างภาระเพิ่มเติมให้แก่ประชาชน

การติดตามประกาศจากกรมสรรพากรเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้รับสิทธิ์ เนื่องจากนโยบายการยกเว้นภาษีจะเป็นตัวกำหนดว่าเงิน 10,000 บาทนี้จะส่งผลต่อการคำนวณภาษีปลายปีหรือไม่

กลุ่มร้านค้าและผู้ประกอบการ

สำหรับพ่อค้าแม่ค้า ร้านค้า และผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการและรับชำระเงินผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล ภาระภาษีจะมีความซับซ้อนกว่า โดยสามารถแบ่งได้ดังนี้:

  • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา/นิติบุคคล: รายได้ที่ได้รับจากการขายสินค้าหรือบริการผ่านโครงการเงินดิจิทัล 2.0 ถือเป็นรายได้จากการประกอบธุรกิจตามปกติ ผู้ประกอบการมีหน้าที่ต้องบันทึกรายได้ส่วนนี้และนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามรูปแบบธุรกิจของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (สำหรับกิจการเจ้าของคนเดียว) หรือภาษีเงินได้นิติบุคคล (สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน)
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): หากผู้ประกอบการมีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) รายได้ที่ได้รับจากโครงการนี้จะต้องถูกนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7 เช่นเดียวกับรายได้จากการขายปกติ นอกจากนี้ การที่ร้านค้านำเงินดิจิทัลที่ได้รับไปใช้จ่ายต่อ หรือแลกเป็นเงินสดจากธนาคารของรัฐ ก็อาจมีประเด็นทางภาษีมูลค่าเพิ่มเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งต้องรอความชัดเจนในแนวปฏิบัติจากกรมสรรพากรต่อไป

ดังนั้น สำหรับผู้ประกอบการ การเตรียมระบบบัญชีเพื่อบันทึกรายรับจากโครงการนี้แยกต่างหากอย่างชัดเจน จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการคำนวณและยื่นภาษีให้ถูกต้องครบถ้วน

แนวทางการวางแผนภาษี: บทเรียนจากสินทรัพย์ดิจิทัล

ในขณะที่รอความชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายภาษีสำหรับโครงการเงินดิจิทัล 2.0 การศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีจากสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่นๆ เช่น คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล สามารถใช้เป็นแนวทางในการเตรียมความพร้อมได้ เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ในรูปแบบดิจิทัลเช่นเดียวกัน กรมสรรพากรได้กำหนดให้กำไรจากการขายหรือโอนสินทรัพย์ดิจิทัลถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4) และ 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งมีหลักการที่น่าสนใจและอาจนำมาปรับใช้ได้

หลักการคำนวณกำไรและขาดทุน

หลักการพื้นฐานในการคำนวณภาษีจากสินทรัพย์ดิจิทัลคือการคำนวณจาก “กำไร” ซึ่งเป็นส่วนต่างระหว่างราคาขายกับต้นทุนที่ได้มา (ราคาขาย – ต้นทุน = กำไร) หากผลลัพธ์เป็นบวก (มีกำไร) จะต้องนำกำไรนั้นไปเสียภาษี แต่หากผลลัพธ์เป็นลบ (ขาดทุน) ก็ไม่จำเป็นต้องเสียภาษีจากธุรกรรมนั้นๆ จุดสำคัญคือต้องมีการบันทึกต้นทุนของสินทรัพย์แต่ละรายการอย่างชัดเจนเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการคำนวณ

ในกรณีของคริปโทเคอร์เรนซี กฎหมายอนุญาตให้นำผลขาดทุนจากการลงทุนใน exchange ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. มาหักกลบกับกำไรที่เกิดขึ้นในปีภาษีเดียวกันได้ ซึ่งช่วยลดภาระภาษีโดยรวมของผู้ลงทุนได้ แม้หลักการนี้อาจไม่สามารถนำมาใช้กับเงินดิจิทัล 2.0 ได้โดยตรง แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดการคำนวณภาษีจากผลกำไรสุทธิ

ตัวอย่างการคำนวณภาษีจากกรมสรรพากร

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ลองพิจารณาตัวอย่างการคำนวณภาษีจากกำไรสินทรัพย์ดิจิทัลที่กรมสรรพากรเคยให้แนวทางไว้ ซึ่งผู้เสียภาษีสามารถเลือกคำนวณได้สองวิธี และเลือกเสียภาษีตามวิธีที่คำนวณได้สูงกว่า

ตารางเปรียบเทียบการคำนวณภาษีจากกำไรสินทรัพย์ดิจิทัลตามแนวทางกรมสรรพากร (ข้อมูลอ้างอิงปี 2564-2565)
กรณีศึกษา กำไรที่ต้องเสียภาษี ภาษี (วิธีที่ 1: คำนวณจากเงินได้สุทธิ) ภาษี (วิธีที่ 2: คำนวณ 0.5% ของรายได้) ภาษีที่ต้องชำระจริง
ปี 2564: มีกำไร 1,200,000 บาท 1,200,000 บาท 75,000 บาท 6,000 บาท 75,000 บาท (เลือกวิธีที่ 1)
ปี 2565: มีกำไร 600,000 บาท 600,000 บาท 9,000 บาท 3,000 บาท (ต่ำกว่า 5,000 ไม่ต้องเสีย) 9,000 บาท (เลือกวิธีที่ 1)

เงื่อนไขและข้อยกเว้นที่ควรทราบ

ในการวางแผนภาษีสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล มีเงื่อนไขและข้อยกเว้นบางประการที่ควรทำความเข้าใจ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ในการประยุกต์ใช้กับสถานการณ์อื่นๆ ในอนาคต:

  • การหักภาษี ณ ที่จ่าย: ในปัจจุบัน exchange ที่อยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. ยังไม่จำเป็นต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% และยังไม่เกี่ยวข้องกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
  • เกณฑ์การยื่นภาษี: ผู้ที่มีกำไรจากสินทรัพย์ดิจิทัลไม่เกิน 60,000 บาทต่อปี หรือมีรายได้รวมทั้งปีไม่ถึง 210,000 บาท อาจไม่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี
  • การยกเว้นตามกฎหมาย: เงินได้บางประเภทอาจได้รับการยกเว้นตามมาตรา 42 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งอาจรวมถึงผู้ที่ถือครองเพื่อการลงทุนทั่วไปและไม่ได้ทำเป็นธุรกิจ
  • รายได้จากต่างประเทศ: กรณีที่ขายสินทรัพย์ดิจิทัลในต่างประเทศ แต่เป็นผู้พำนักอยู่ในประเทศไทยเกิน 180 วัน และนำเงินได้นั้นกลับเข้ามาในปีภาษีเดียวกัน จะต้องนำรายได้ดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีในประเทศไทยด้วย

ข้อแนะนำเชิงปฏิบัติ: เตรียมตัวอย่างไรก่อนนโยบายเริ่มจริง

แม้จะยังไม่มีความชัดเจน 100% แต่การเตรียมตัวล่วงหน้าเป็นกลยุทธ์ที่ดีที่สุดเสมอ เพื่อให้พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากนโยบายเงินดิจิทัล 2.0 และลดความวุ่นวายในช่วงฤดูกาลยื่นภาษี

ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการ

สิ่งสำคัญที่สุดคือการติดตามข่าวสารและประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ได้แก่ คณะรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง และกรมสรรพากร ประกาศเหล่านี้จะเป็นข้อสรุปสุดท้ายว่าจะมีการยกเว้นภาษีสำหรับโครงการนี้หรือไม่ และหากต้องเสียภาษี จะมีแนวปฏิบัติและเงื่อนไขอย่างไร การรับข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือจะช่วยป้องกันความสับสนจากข่าวลือหรือข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

จัดเก็บบันทึกและเอกสารทุกธุรกรรม

ไม่ว่าจะเป็นผู้รับสิทธิ์หรือร้านค้า การเริ่มต้นบันทึกธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง:

  • สำหรับผู้รับสิทธิ์: ควรบันทึกวันที่ได้รับเงิน และเก็บหลักฐานการใช้จ่ายต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชันไว้เผื่อกรณีที่ต้องใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง
  • สำหรับร้านค้า: ควรจัดทำบัญชีรายรับจากโครงการนี้อย่างละเอียด โดยระบุวันที่, จำนวนเงินที่ได้รับ, และสินค้าหรือบริการที่ขาย นอกจากนี้ ควรเก็บ statement หรือรายงานสรุปยอดจากแอปพลิเคชันหรือธนาคารที่ผูกไว้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นภาษี

ประเมินภาระภาษีเบื้องต้น

สำหรับผู้ที่คาดว่าตนเองมีรายได้รวมทั้งปีอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี การลองประเมินภาระภาษีที่อาจเกิดขึ้นหากต้องนำเงิน 10,000 บาท (สำหรับผู้รับสิทธิ์) หรือรายได้จากโครงการ (สำหรับร้านค้า) ไปรวมคำนวณ จะช่วยให้เห็นภาพรวมและสามารถวางแผนการเงินได้ดีขึ้น สามารถใช้เครื่องมือคำนวณภาษีออนไลน์ของกรมสรรพากร หรือปรึกษานักบัญชีหรือที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อหาแนวทางการวางแผนภาษีที่เหมาะสมและประหยัดที่สุด นอกจากนี้ควรตรวจสอบเกณฑ์การยกเว้นการยื่นภาษี เช่น กรณีบุคคลธรรมดาที่มีเงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้วไม่เกิน 120,000 บาทต่อปี อาจไม่จำเป็นต้องยื่นแบบฯ

บทสรุปและแนวทางการวางแผนภาษีในอนาคต

โดยสรุป ประเด็นที่ว่า เงินดิจิทัล 2.0 เข้าข่ายต้องเสียภาษี? วางแผนรับมือก่อนใคร ยังคงเป็นคำถามที่ต้องรอคำตอบที่ชัดเจนจากภาครัฐ แม้ตามหลักการกฎหมายภาษีเบื้องต้นจะชี้ว่าเงินได้จากโครงการอาจต้องเสียภาษี แต่แนวโน้มจากการดำเนินนโยบายในอดีตก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการประกาศยกเว้นภาษีเพื่อให้โครงการบรรลุเป้าหมายการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม การเตรียมความพร้อมโดยไม่ประมาทคือแนวทางที่ดีที่สุด ทั้งประชาชนผู้รับสิทธิ์และผู้ประกอบการร้านค้าควรเริ่มจัดเก็บเอกสารและบันทึกธุรกรรมที่เกี่ยวข้องไว้ตั้งแต่บัดนี้ พร้อมทั้งติดตามประกาศอย่างเป็นทางการอย่างใกล้ชิด การทำความเข้าใจหลักการคำนวณภาษีเบื้องต้นและศึกษาบทเรียนจากกรณีของสินทรัพย์ดิจิทัล จะช่วยให้สามารถปรับตัวและวางแผนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะข้อสรุปสุดท้ายของนโยบายนี้จะเป็นไปในทิศทางใดก็ตาม

สำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกด้านการเงิน การลงทุน และนโยบายเศรษฐกิจที่ทันต่อสถานการณ์ สามารถ อ่านบทความเพิ่มเติม เพื่อพัฒนาความรู้และก้าวทันทุกความเปลี่ยนแปลงในโลกยุคดิจิทัล

About the Author

LnW Loon

Administrator

View All Posts

Post navigation

Previous: AI จัดพอร์ตเกษียณส่วนตัว เทรนด์ใหม่วัยทำงาน 2569

Related News

ai-retirement-portfolio-planning-featured
  • บทความ

AI จัดพอร์ตเกษียณส่วนตัว เทรนด์ใหม่วัยทำงาน 2569

LnW Loon 11 เมษายน 2026
robot-chef-thai-restaurant-trend-featured
  • บทความ

หุ่นยนต์เชฟครองครัว! เทรนด์ร้านอาหารไทยไร้คนครัว 2026

LnW Loon 11 เมษายน 2026
wfa-2-0-long-stay-trend-featured
  • บทความ

WFA 2.0: ‘อยู่ยาว’ เทรนด์ใหม่ครองใจดิจิทัลโนแมดไทย

LnW Loon 11 เมษายน 2026

Recent Posts

  • เงินดิจิทัล 2.0 เข้าข่ายต้องเสียภาษี? วางแผนรับมือก่อนใคร
  • AI จัดพอร์ตเกษียณส่วนตัว เทรนด์ใหม่วัยทำงาน 2569
  • หุ่นยนต์เชฟครองครัว! เทรนด์ร้านอาหารไทยไร้คนครัว 2026
  • WFA 2.0: ‘อยู่ยาว’ เทรนด์ใหม่ครองใจดิจิทัลโนแมดไทย
  • ‘ผ้าไทยดิจิทัล’ ศิลปะ NFT ต่อยอดมรดกสิ่งทอสู่สากล

Archives

  • เมษายน 2026
  • มีนาคม 2026
  • กุมภาพันธ์ 2026
  • มกราคม 2026
  • ธันวาคม 2025
  • พฤศจิกายน 2025
  • ตุลาคม 2025
  • กันยายน 2025
  • สิงหาคม 2025
  • กรกฎาคม 2025
  • มิถุนายน 2025
  • พฤษภาคม 2025
  • เมษายน 2025

Categories

  • กีฬา
  • บทความ
  • พลังงานหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อม
  • สุขภาพและการแพทย์
  • เกมส์
  • เทคโนโลยี & นวัตกรรม

You may have missed

digital-wallet-2-tax-planning-2026-featured
  • บทความ

เงินดิจิทัล 2.0 เข้าข่ายต้องเสียภาษี? วางแผนรับมือก่อนใคร

LnW Loon 11 เมษายน 2026
ai-retirement-portfolio-planning-featured
  • บทความ

AI จัดพอร์ตเกษียณส่วนตัว เทรนด์ใหม่วัยทำงาน 2569

LnW Loon 11 เมษายน 2026
robot-chef-thai-restaurant-trend-featured
  • บทความ

หุ่นยนต์เชฟครองครัว! เทรนด์ร้านอาหารไทยไร้คนครัว 2026

LnW Loon 11 เมษายน 2026
wfa-2-0-long-stay-trend-featured
  • บทความ

WFA 2.0: ‘อยู่ยาว’ เทรนด์ใหม่ครองใจดิจิทัลโนแมดไทย

LnW Loon 11 เมษายน 2026
  • SPORT
  • TECH
  • CARS
  • GAME
  • HEALTH
  • BLOG
Copyright © All rights reserved. | MoreNews by AF themes.