บทความ

แนวทางการสร้างรายได้จาก NFTs ในประเทศไทย

แนวทางการสร้างรายได้จาก NFTs ในประเทศไทย

 

แนวทางการสร้างรายได้จาก NFTs ในประเทศไทย ได้กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในกลุ่มศิลปิน นักสร้างสรรค์ และผู้สนใจธุรกิจดิจิทัลในยุคปัจจุบัน การนำผลงานและสินทรัพย์ดิจิทัลมาแปลงเป็น NFT สำหรับจำหน่ายบนแพลตฟอร์มต่างๆ สร้างโอกาสใหม่ ๆ ในการสร้างรายได้ผ่านโลกออนไลน์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในบริบทของตลาดไทยที่เริ่มมีการสนับสนุนอย่างเข้มข้นจากทั้งภาครัฐและเอกชน

 

ภาพรวมตลาด NFT ในไทย

แนวทางการสร้างรายได้จาก NFTs ในประเทศไทย - nft-revenue-business-thailand

NFT หรือ Non-Fungible Token คือลิขสิทธิ์ในรูปแบบดิจิทัลสำหรับผลงานที่มีเอกลักษณ์แต่ละชิ้น สะดวกต่อการตรวจสอบความเป็นเจ้าของผ่านระบบบล็อกเชน ปัจจุบันในประเทศไทย แนวโน้มการซื้อขายและสร้างรายได้จาก NFT ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มศิลปินดิจิทัล ผู้ผลิตคอนเทนต์ และผู้เริ่มต้นด้านการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล

 

บล็อกเชนและแพลตฟอร์มยอดนิยม

  • Ethereum, Polygon, BNB Chain, Solana, NEAR เป็นเครือข่ายที่รองรับ NFT ได้อย่างแพร่หลาย โดยแต่ละเครือข่ายมีรวดเร็วและค่าธรรมเนียมต่างกันไป
  • แพลตฟอร์มยอดนิยม เช่น OpenSea, Rarible, Foundation, SuperRare, BakerySwap และ Bitkub NFT (สำหรับผู้ใช้งานในไทย)
  • กระเป๋าเงินดิจิทัลที่ใช้กันมาก เช่น Metamask, Trust Wallet, Bitkub Next สำหรับเชื่อมต่อและทำธุรกรรมบนตลาด NFT

 

โครงการสนับสนุนจากภาครัฐและองค์กร

  • สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) จัดเวิร์กช็อปและโครงการสนับสนุนทุนเพื่อสร้างและขาย NFT จริง
  • Bitkub NFT เปิดโอกาสให้ศิลปินไทยสร้าง-ขายผลงานกับค่าธรรมเนียมต่ำ
  • ธนาคารออมสินผลักดันการเริ่มต้นลงทุนใน NFT ผ่านการแนะนำตลาดและกระเป๋าเงินดิจิทัลแบบเหมาะสม

 

ขั้นตอนและเครื่องมือสำหรับสร้างรายได้กับ NFTs

การเริ่มต้นสร้างรายได้จาก NFT มีขั้นตอนที่สำคัญตั้งแต่การเตรียมเครื่องมือ การสร้างผลงาน ไปจนถึงการวางจำหน่ายในตลาดดิจิทัล โดยขั้นตอนหลักประกอบด้วยการตั้งค่ากระเป๋าเงินดิจิทัล ลงทุนในเหรียญคริปโตสำหรับค่าธรรมเนียม เลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับผลงาน และกำหนดรูปแบบการขายเพื่อสร้างรายได้

  1. สร้างกระเป๋าเงินดิจิทัล เช่น Metamask หรือ Trust Wallet เพื่อใช้ติดต่อกับตลาด NFT
  2. ซื้อเหรียญ ETH หรือคริปโตอื่นที่จำเป็นตามเครือข่ายที่เลือก
  3. เลือกแพลตฟอร์ม OpenSea, Rarible, Bitkub NFT หรืออื่น ๆ ตามค่าธรรมเนียมและความนิยม
  4. อัปโหลดผลงาน พร้อมระบุชื่อ คำอธิบาย และตั้งค่าขายแบบ Fix Price หรือ Auction
  5. ระบุ Smart Contract เพื่อกำหนด Royalty หรือค่าลิขสิทธิ์ในกรณีขายต่อภายหลังในตลาดรอง

 

ประเภทผลงานที่เหมาะสม

  • ศิลปะดิจิทัล เช่น ภาพวาด ภาพถ่าย วิดีโอ เพลง หรือโพสต์โซเชียลมีเดีย
  • สินทรัพย์ดิจิทัลอื่น เช่น บัตรคอนเสิร์ต โดเมนเว็บไซต์ โฉนดที่ดินดิจิทัล และไอเทมเกม
  • ชิ้นงานที่มีความโดดเด่นหรือหายาก สามารถดึงดูดนักสะสมได้ดี โดยเฉพาะเมื่อวิเคราะห์แนวโน้มตลาดก่อนสร้าง

 

เปรียบเทียบเครือข่ายและแพลตฟอร์มตลาด NFT

เปรียบเทียบเครือข่ายและแพลตฟอร์ม NFT สำหรับผู้เริ่มต้นในประเทศไทย
เครือข่าย จุดเด่น แพลตฟอร์มรองรับ
Ethereum นิยมสูง ฟีเจอร์หลากหลาย แต่ค่าธรรมเนียม Gas สูง OpenSea, Foundation, SuperRare
Polygon ค่าธรรมเนียมต่ำ ความเร็วสูง เหมาะกับผู้เริ่มต้น OpenSea, Rarible
BNB Chain ธุรกรรมรวดเร็วและประหยัด BakerySwap
Bitkub Chain รองรับตลาดไทย ใช้งานง่าย ค่าธรรมเนียมต่ำ Bitkub NFT

 

ความเสี่ยงและข้อควรระวังในการลงทุน NFT

  • ค่าธรรมเนียม Gas ในเครือข่าย Ethereum อาจสูงมากในช่วงเวลาที่มีผู้ใช้งานมาก
  • ตลาด NFT มีความผันผวนของราคาอย่างมาก ควรศึกษาวิเคราะห์ตลาดเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการลงทุน
  • เริ่มลงทุนด้วยต้นทุนที่ต่ำ หรือใช้งานผลงานต้นฉบับที่มีอยู่แล้วเพื่อควบคุมความเสี่ยง
  • เน้นศึกษาแนวโน้มตลาดและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินธุรกรรมทุกครั้ง

ผลงาน NFT ที่สร้างรายได้ดีมักเป็นผลงานที่มีความโดดเด่น มีเรื่องราว และตอบโจทย์ความต้องการของตลาด

 

สรุปและแนวทางการร่วมสร้างสรรค์ในโลก NFT

การสร้างรายได้จาก NFT ในประเทศไทยเปิดโอกาสให้ศิลปินและผู้ประกอบการดิจิทัลสามารถนำเสนอผลงานเข้าสู่ตลาดโลกได้อย่างเสรี ด้วยเครื่องมือและแพลตฟอร์มที่พัฒนารองรับการทำธุรกรรมอย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ควรตระหนักถึงความเสี่ยง ศึกษาข้อมูลตลาดอย่างรอบด้าน และเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับเป้าหมายการสร้างรายได้ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลนี้

อ่านบทความเพิ่มเติม : RANKING5

บทความที่เกี่ยวข้อง