เปิดตัว ‘เป๋าตัง Next’ แจกเงินดิจิทัลพร้อมฟีเจอร์ลงทุน
รัฐบาลไทยเตรียมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัลครั้งสำคัญผ่านการ เปิดตัว ‘เป๋าตัง Next’ แจกเงินดิจิทัลพร้อมฟีเจอร์ลงทุน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมไร้เงินสดเต็มรูปแบบ โครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นการต่อยอดความสำเร็จของแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ที่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่ยังเป็นการผสานเทคโนโลยีสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง (CBDC) เข้ากับการใช้งานในชีวิตประจำวันและการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่ครอบคลุมและเข้าถึงง่ายสำหรับประชาชนทุกคน
- การผสานระบบการเงินและการลงทุน: ‘เป๋าตัง Next’ ถูกออกแบบมาให้เป็นมากกว่ากระเป๋าเงินดิจิทัล โดยเชื่อมต่อฟังก์ชันการใช้จ่ายเข้ากับเครื่องมือการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท
- เทคโนโลยี CBDC: การนำเงินบาทดิจิทัล (Retail CBDC) มาใช้เป็นรากฐานสำคัญ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยให้กับธุรกรรมทางการเงินของประเทศ
- การเข้าถึงที่ง่ายดาย: แพลตฟอร์มนี้เปิดกว้างสำหรับประชาชนทุกคน แม้ไม่มีบัญชีธนาคารกรุงไทย ก็สามารถลงทะเบียนและใช้งานได้อย่างสะดวกผ่านการยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนและใบหน้า
- เริ่มต้นลงทุนด้วยเงินน้อย: ฟีเจอร์ NEXT INVEST เปิดโอกาสให้ผู้ใช้รายย่อยสามารถเริ่มต้นลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 100 บาท
- การจัดการความมั่งคั่งครบวงจร: บริการ WealthFolio ช่วยรวบรวมข้อมูลสินทรัพย์การลงทุนทั้งหมดไว้ในที่เดียว ทำให้ผู้ใช้สามารถติดตามและบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภาพรวมของ ‘เป๋าตัง Next’ และระบบนิเวศดิจิทัล

การพัฒนาแพลตฟอร์มการเงินดิจิทัลของภาครัฐได้ก้าวไปอีกขั้น โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์ระหว่างแอปพลิเคชันหลักสองตัว ได้แก่ Krungthai NEXT ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันธนาคารหลัก และ เป๋าตัง (Pao Tang) ซึ่งวางตำแหน่งเป็น Thailand Open Digital Platform ที่เปิดให้ผู้ใช้งานทุกคนสามารถเข้าถึงได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นลูกค้าของธนาคารกรุงไทย แนวคิดเบื้องหลังคือการสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อ ให้ผู้ใช้สามารถทำธุรกรรมและจัดการการเงินระหว่างสองแพลตฟอร์มนี้ได้อย่างสะดวกสบาย
โครงการ ‘เป๋าตัง Next’ คือการต่อยอดจากรากฐานดังกล่าว โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลแห่งชาติที่ใช้เทคโนโลยีเงินบาทดิจิทัล หรือ CBDC เป็นแกนหลัก สิ่งนี้ไม่เพียงแต่จะปฏิวัติวิธีการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่โลกของการออมและการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับคนไทยในวงกว้าง ความสำคัญของโครงการนี้อยู่ที่การสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ทันสมัย ปลอดภัย และครอบคลุม ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการเงิน และส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันและนวัตกรรมใหม่ๆ ในภาคการเงินของประเทศ
เจาะลึกฟีเจอร์หลัก ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ครบวงจร ‘เป๋าตัง Next’ และระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องได้พัฒนาฟีเจอร์หลักขึ้นมาหลายส่วน เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้งาน ตั้งแต่การใช้จ่ายในชีวิตประจำวันไปจนถึงการบริหารจัดการความมั่งคั่งในระยะยาว
เป๋าตังเปย์: กระเป๋าเงินดิจิทัลสำหรับทุกคน
เป๋าตังเปย์ (Pao Tang Pay) เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 โดยเป็นฟีเจอร์กระเป๋าเงินดิจิทัลที่ออกแบบมาภายใต้แนวคิด ‘Pay to Earn’ เพื่อให้การใช้จ่ายเป็นเรื่องง่ายและคุ้มค่า จุดเด่นสำคัญคือการทลายข้อจำกัดเดิมๆ โดยผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมีบัญชีเงินฝากของธนาคารกรุงไทยก็สามารถสมัครใช้งานได้
ขั้นตอนการลงทะเบียนนั้นง่ายและรวดเร็ว เพียงใช้บัตรประชาชนและการสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน เมื่อลงทะเบียนสำเร็จ ผู้ใช้จะได้รับสิทธิ์ในการใช้บัตร Play Card ทันที นอกจากนี้ยังรองรับการเติมเงินได้หลายช่องทางโดยไม่มีค่าธรรมเนียม ไม่ว่าจะเป็นจาก G-Wallet, Krungthai NEXT, โมบายแบงก์กิ้งของธนาคารอื่น หรือการรับเงินผ่าน QR Code ด้วยเป้าหมายผู้ใช้งานกว่า 5 ล้านคนภายในปี 2566 เป๋าตังเปย์จึงถูกวางให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไร้เงินสดของไทย
NEXT INVEST: เปิดประตูสู่โลกการลงทุน
เพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุนรายย่อยและคนรุ่นใหม่ แพลตฟอร์ม NEXT INVEST ได้เปิดตัวเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2565 โดยชูจุดเด่นด้านความสะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงง่าย ผู้ที่สนใจสามารถเปิดบัญชีการลงทุนได้สำเร็จภายใน 2 นาทีโดยไม่ต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม
ความพิเศษของ NEXT INVEST คือการรวบรวมสินทรัพย์การลงทุนจากทั่วโลกมาไว้ในบัญชีเดียว ทำให้นักลงทุนสามารถกระจายความเสี่ยงและสร้างพอร์ตโฟลิโอได้อย่างหลากหลาย ประกอบด้วย:
- หุ้นไทยและหุ้นต่างประเทศ
- กองทุนรวม
- พันธบัตรรัฐบาลและพันธบัตรออมทรัพย์
- หุ้นกู้
- ทองคำ
หนึ่งในข้อเสนอที่น่าสนใจคือการยกเว้นค่าธรรมเนียม W-8 BEN สำหรับการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ (ปกติมีค่าใช้จ่าย 2,000 บาททุก 3 ปี) นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังได้นำเทคโนโลยี AI มาผสมผสานกับความเชี่ยวชาญจากทีม Krungthai CIO Office เพื่อช่วยวิเคราะห์และให้คำแนะนำการลงทุนอีกด้วย
จุดเด่นที่สุดของ NEXT INVEST คือการเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเริ่มต้นลงทุนได้ด้วยเงินจำนวนน้อย โดยกองทุนบางประเภทสามารถเริ่มต้นได้ที่ 100 บาท ซึ่งเป็นการทลายกำแพงและส่งเสริมให้คนไทยหันมาสนใจการออมและการลงทุนเพื่ออนาคตมากขึ้น
WealthFolio: รวมทุกพอร์ตการลงทุนในที่เดียว
เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การลงทุนให้สมบูรณ์แบบ ฟีเจอร์ WealthFolio ได้ถูกพัฒนาขึ้นและเปิดตัวในวันที่ 18 มิถุนายน 2568 โดยทำหน้าที่เป็นเครื่องมือบริหารจัดการความมั่งคั่งส่วนบุคคล ช่วยรวบรวมข้อมูลสินทรัพย์การลงทุนทั้งหมดของผู้ใช้มาไว้ในหน้าจอเดียว ทำให้สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของพอร์ตโฟลิโอได้อย่างสะดวกและครอบคลุม
บริการนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายและสามารถเข้าถึงได้จากทั้งสองแอปพลิเคชัน โดยใน Krungthai NEXT จะอยู่ในเมนู WealthFolio และในแอปพลิเคชันเป๋าตังจะอยู่ในเมนู “เป๋าลงทุน” (Pao Invest) ซึ่งเป็นการตอกย้ำกลยุทธ์การสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงกันอย่างแท้จริง
| คุณสมบัติ | เป๋าตังเปย์ (Pao Tang Pay) | NEXT INVEST |
|---|---|---|
| วัตถุประสงค์หลัก | กระเป๋าเงินดิจิทัลสำหรับการใช้จ่าย | แพลตฟอร์มเพื่อการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ |
| วันเปิดตัว | 22 พฤศจิกายน 2565 | 24 มกราคม 2565 |
| กลุ่มเป้าหมาย | ประชาชนทั่วไป ผู้ใช้งานในชีวิตประจำวัน | นักลงทุนรายย่อย, ผู้เริ่มต้นลงทุน |
| ข้อกำหนดการสมัคร | ไม่ต้องมีบัญชีกรุงไทย (ใช้บัตรประชาชน) | ต้องมีบัญชีธนาคาร (เปิดบัญชีออนไลน์ได้) |
| จุดเด่น | เข้าถึงง่าย, เติมเงินหลายช่องทาง, Pay to Earn | ลงทุนขั้นต่ำน้อย (100 บ.), สินทรัพย์หลากหลาย, ใช้ AI ช่วย |
กลยุทธ์ดึงดูดผู้ใช้งานผ่านแคมเปญและรางวัล
เพื่อส่งเสริมการใช้งานและสร้างความผูกพันกับผู้ใช้ แพลตฟอร์มได้ใช้กลยุทธ์ Gamification หรือการนำองค์ประกอบของเกมมาประยุกต์ใช้ ผ่านแคมเปญ “ล่าคอยน์ สอยรางวัล” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 30 เมษายน 2568 โดยมีมูลค่าของรางวัลรวมกว่า 7 ล้านบาท
ผู้ใช้งานสามารถสะสม Wayyu Coins ได้จากการทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านทั้งแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT และเป๋าตัง เช่น การเติมเงินมือถือ, การชำระบิล, การจ่ายค่าเบี้ยประกัน, การสมัครใช้บริการต่างๆ หรือแม้แต่การทำแบบสำรวจด้านความปลอดภัย ซึ่งกลยุทธ์นี้ไม่เพียงแต่กระตุ้นให้เกิดการใช้งานอย่างต่อเนื่อง แต่ยังสร้างความสนุกสนานและมอบผลตอบแทนกลับคืนสู่ผู้ใช้อีกด้วย
เบื้องหลังทางเทคโนโลยีและการพัฒนา
ความสำเร็จของระบบนิเวศดิจิทัลนี้เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือกับบริษัท อินฟินิธัส บาย กรุงไทย (Infinitus by Krungthai) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเงินโดยเฉพาะ การพัฒนาทั้งหมดมุ่งเน้นที่การสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้ (User Experience) โดยให้ความสำคัญกับ:
- ความง่ายในการเข้าถึง (Easy Access): ลดขั้นตอนและข้อกำหนดในการสมัครให้น้อยที่สุด
- ความครอบคลุม (Comprehensive Coverage): รวมบริการทางการเงินและการลงทุนไว้ในที่เดียว
- การเข้าถึงได้ (Affordability): กำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำในระดับที่ทุกคนเข้าถึงได้
- ความปลอดภัย (Security): ใช้เทคโนโลยียืนยันตัวตนที่ทันสมัย เช่น การสแกนใบหน้าและบัตรประชาชน
- การไม่แบ่งแยก (Inclusivity): เปิดกว้างสำหรับผู้ที่ไม่มีบัญชีธนาคารของกรุงไทย
ทิศทางและตำแหน่งในตลาดการเงินดิจิทัล
การเปิดตัวฟีเจอร์และแอปพลิเคชันเหล่านี้สะท้อนถึงกลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงสู่องค์กรดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ (Digital Transformation) โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้ใช้ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีดิจิทัล, นักลงทุนรายย่อยที่มีเงินทุนจำกัด, ประชาชนทั่วไปที่ต้องการความสะดวกสบายในสังคมไร้เงินสด หรือผู้ที่ต้องการเครื่องมือบริหารจัดการความมั่งคั่งที่มีประสิทธิภาพ
การผสานรวมบริการธนาคาร, การชำระเงิน, การลงทุน และกิจกรรมส่งเสริมการขายที่สนุกสนานไว้ในสองแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อกัน ถือเป็นกลยุทธ์บริการทางการเงินดิจิทัลแบบครบวงจร (Full-Stack) ที่มุ่งเจาะตลาดประเทศไทยอย่างจริงจัง และเป็นการวางตำแหน่งตัวเองในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมทางการเงินของประเทศ
บทสรุป: ก้าวต่อไปของภูมิทัศน์การเงินไทย
การ เปิดตัว ‘เป๋าตัง Next’ แจกเงินดิจิทัลพร้อมฟีเจอร์ลงทุน ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของภาคการเงินไทยในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประชาชน แพลตฟอร์มนี้ไม่ได้เป็นเพียงกระเป๋าเงินดิจิทัลทั่วไป แต่เป็นระบบนิเวศที่ครอบคลุมทั้งการใช้จ่าย, การออม และการลงทุน โดยมีเทคโนโลยีเงินบาทดิจิทัล (CBDC) เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน
ด้วยการออกแบบที่เน้นผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง ทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินและการลงทุนเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำและกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ทางการเงินในวงกว้าง ท้ายที่สุดแล้ว โครงการนี้คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มตัวและยั่งยืนในอนาคต
สำหรับผู้ที่สนใจข่าวสารและบทวิเคราะห์ด้านการเงิน การลงทุน และเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ๆ สามารถ อ่านบทความเพิ่มเติม เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวและไม่พลาดโอกาสสำคัญในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
