Skip to content
Ranking5

Ranking5

Ranking5

Primary Menu
  • SPORT
  • TECH
  • CARS
  • GAME
  • HEALTH
  • BLOG
  • Home
  • บทความ
  • หลังยุคเงินดิจิทัล: คนไทยเปลี่ยนพฤติกรรมการออมไหม?
  • บทความ

หลังยุคเงินดิจิทัล: คนไทยเปลี่ยนพฤติกรรมการออมไหม?

คนไทยออมเงินเปลี่ยนไปแค่ไหนในยุคดิจิทัล? แม้คนไทยออมมากขึ้นและมีทัศนคติที่ดีขึ้น แต่รูปแบบการออมยังคงเดิม หนำซ้ำดิจิทัลกระตุ้นใช้จ่ายมากกว่าสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน มาสำรวจกันว่าพฤติกรรมการออมคนไทยปรับตัวทันโลกดิจิทัลจริงหรือ
LnW Loon 18 มิถุนายน 2026 1 minute read
post-digital-wallet-saving-habits-featured

หลังยุคเงินดิจิทัล: คนไทยเปลี่ยนพฤติกรรมการออมไหม?

สารบัญ

  • ประเด็นสำคัญของพฤติกรรมการออมในยุคดิจิทัล
  • ภาพรวมพฤติกรรมการออมของคนไทยหลังยุคดิจิทัล
  • อิทธิพลของเทคโนโลยีดิจิทัลต่อการใช้จ่ายและวินัยการเงิน
  • เจาะลึกความมั่นคงทางการเงิน: เงินออมฉุกเฉินและแผนเกษียณ
    • เงินออมฉุกเฉิน: มีแต่ยังไม่เพียงพอ
    • การออมเพื่อเกษียณ: ความท้าทายระหว่างแผนและการปฏิบัติ
  • ช่องทางการออมในโลกใหม่: ความเปลี่ยนแปลงและโอกาส
    • การยึดมั่นในเงินฝากและเงินสด
    • โอกาสจากนวัตกรรมการเงินแห่งอนาคต
  • ทัศนคติ vs. พฤติกรรม: ช่องว่างที่ต้องก้าวข้าม
  • สรุปช่องโหว่และความเสี่ยงทางการเงินที่สำคัญ
  • บทสรุป: พฤติกรรมการออมของคนไทยเปลี่ยนไปจริงหรือไม่?
    • สิ่งที่เปลี่ยนไป
    • สิ่งที่ยังคงเดิม
  • แนวโน้มอนาคตและก้าวต่อไป

การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมดิจิทัลเต็มรูปแบบได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตในทุกมิติ โดยเฉพาะด้านการเงินส่วนบุคคล การเกิดขึ้นของนวัตกรรมการชำระเงิน, e-Wallet, และโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เกิดคำถามว่า หลังยุคเงินดิจิทัล: คนไทยเปลี่ยนพฤติกรรมการออมไหม? บทความนี้จะวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อสำรวจการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวในมิติของเศรษฐกิจไทยปี 2569

ประเด็นสำคัญของพฤติกรรมการออมในยุคดิจิทัล

หลังยุคเงินดิจิทัล: คนไทยเปลี่ยนพฤติกรรมการออมไหม? - post-digital-wallet-saving-habits

  • จำนวนผู้ออมเพิ่มขึ้น แต่คุณภาพการออมยังคงเดิม: คนไทยหันมาให้ความสำคัญกับการออมมากขึ้น แต่ยังคงกระจุกตัวอยู่ในรูปแบบเงินสดและเงินฝากออมทรัพย์ ซึ่งให้ผลตอบแทนต่ำและเสี่ยงต่อการถูกกัดกร่อนมูลค่าจากเงินเฟ้อ
  • เทคโนโลยีกระตุ้นการใช้จ่ายมากกว่าการออม: ความสะดวกสบายของ QR Code, e-Wallet และบริการ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” (Buy Now Pay Later) ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมการใช้จ่ายที่รวดเร็วขึ้น และบั่นทอนวินัยการออมในระยะยาว
  • ความเปราะบางด้านเงินออมฉุกเฉินและเงินเกษียณ: แม้จะมีการออมเพิ่มขึ้น แต่คนไทยส่วนใหญ่ยังมีเงินสำรองฉุกเฉินไม่เพียงพอสำหรับรองรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน และมีเพียงส่วนน้อยที่สามารถทำตามแผนการออมเพื่อการเกษียณได้จริง
  • ช่องว่างระหว่างทัศนคติและการกระทำ: คนไทยมีความรู้และทัศนคติทางการเงินที่ดีขึ้น แต่ยังขาดการลงมือปฏิบัติเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมไปสู่การออมและการลงทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ภาพรวมพฤติกรรมการออมของคนไทยหลังยุคดิจิทัล

คำถามที่ว่า หลังยุคเงินดิจิทัล: คนไทยเปลี่ยนพฤติกรรมการออมไหม? สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในภูมิทัศน์การเงินของประเทศ การเข้าถึงบริการทางการเงินที่ง่ายดายผ่านสมาร์ทโฟนได้เปลี่ยนแปลงวิธีที่ผู้คนใช้จ่ายและจัดการเงินอย่างสิ้นเชิง ข้อมูลจากผลสำรวจทักษะทางการเงินปี 2567 โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานสถิติแห่งชาติ ชี้ให้เห็นภาพที่น่าสนใจและซับซ้อน

ในภาพใหญ่ สัดส่วนคนไทยที่มีการเก็บออมได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 87.5% ในปี 2565 เป็น 91.5% ในปี 2567 ซึ่งบ่งชี้ว่าประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนการเงินมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในเชิงคุณภาพ พบว่าพฤติกรรมการออมยังคงมีลักษณะอนุรักษ์นิยมสูง คนไทยส่วนใหญ่ยังเลือกออมในรูปแบบ เงินสด (81.5%) และบัญชีเงินฝากเพื่อการออม (49.6%) ในขณะที่มีเพียง 2.2% เท่านั้นที่นำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ

แม้ระดับความรู้ความเข้าใจเรื่องเงินเฟ้อและการกระจายความเสี่ยงของคนไทยจะอยู่ในเกณฑ์สูง แต่พฤติกรรมการลงทุนในความเป็นจริงกลับยังไม่สอดคล้องกัน สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างระหว่าง “ความรู้” และ “การลงมือทำ” อย่างชัดเจน

งานวิจัยจากกรุงศรี (Saving Behavior) ยืนยันในทิศทางเดียวกันว่า แม้ครัวเรือนกว่า 87.5% จะมีการออมเงิน แต่ส่วนใหญ่ยังคงเลือกช่องทางที่มีความปลอดภัยสูงเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม เริ่มมีแนวโน้มการออมในรูปแบบที่คาบเกี่ยวกับการลงทุนความเสี่ยงต่ำ เช่น กองทุนรวม หรือประกันสะสมทรัพย์เพิ่มขึ้นบ้าง แต่ยังคงเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก สรุปได้ว่าในยุคดิจิทัล คนไทยออมในเชิงปริมาณมากขึ้น แต่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากเครื่องมือดิจิทัลเพื่อสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวอย่างเต็มศักยภาพ

อิทธิพลของเทคโนโลยีดิจิทัลต่อการใช้จ่ายและวินัยการเงิน

การเข้าถึงการเงินดิจิทัลเปรียบเสมือนดาบสองคม ด้านหนึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย แต่อีกด้านหนึ่งกลับสร้างความท้าทายต่อวินัยการเงินอย่างมาก ความง่ายในการชำระเงินผ่าน QR Code, e-Wallet, Mobile Banking และบริการ Buy Now Pay Later (BNPL) ได้กระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมการใช้จ่ายที่รวดเร็วและอาจเกินความจำเป็น แนวคิด “ของมันต้องมี” และการใช้ชีวิตเพื่อปัจจุบัน กลายเป็นกับดักที่ทำให้การออมถูกเลื่อนออกไป

ผลสำรวจปี 2567 พบว่าพฤติกรรมทางการเงินโดยรวมของคนไทยดีขึ้นเล็กน้อย เช่น การจ่ายบิลตรงเวลา และการดูแลการเงินอย่างใกล้ชิด ซึ่งมีคะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศ OECD อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมสำคัญอย่าง “การจัดสรรเงินออมก่อนใช้” และ “การไม่กู้ยืมเมื่อเงินไม่พอ” กลับมีแนวโน้มลดลงจากปี 2565 และยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ OECD สะท้อนให้เห็นว่าแรงกดดันด้านการใช้จ่ายในยุคดิจิทัลกำลังค่อย ๆ กัดกร่อนวินัยการเงินในบางมิติ

เมื่อพิจารณาตามกลุ่มวัย พบว่ากลุ่ม Gen Z เป็นกลุ่มที่ใช้จ่ายผ่านช่องทางดิจิทัลเป็นหลัก และมักตัดสินใจซื้อสินค้าจากอิทธิพลของโซเชียลมีเดียและอินฟลูเอนเซอร์ แม้กลุ่มนี้จะมีพฤติกรรมการใช้เงินที่รวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันก็มีความสนใจในการลงทุนและเรียนรู้ทางการเงินสูงที่สุด ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการปรับตัวเข้าสู่โลกการเงินยุคใหม่ได้ดีที่สุดหากได้รับการส่งเสริมที่ถูกต้อง

เจาะลึกความมั่นคงทางการเงิน: เงินออมฉุกเฉินและแผนเกษียณ

แม้เทคโนโลยีดิจิทัลจะช่วยให้การตรวจสอบยอดเงินในบัญชีและการทำธุรกรรมเป็นเรื่องง่าย แต่ภูมิคุ้มกันทางการเงินของคนไทยโดยรวมยังคงอยู่ในระดับที่เปราะบาง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงความเพียงพอของเงินออมสำหรับเหตุฉุกเฉินและการวางแผนเพื่อวัยเกษียณ

เงินออมฉุกเฉิน: มีแต่ยังไม่เพียงพอ

ข้อมูลจาก ธปท. ในปี 2567 ระบุว่า สัดส่วนคนไทยที่มีเงินออมเผื่อฉุกเฉินเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 77.6% อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่น่ากังวลคือ มีเพียง 23.7% ของคนกลุ่มนี้เท่านั้น ที่มีเงินออมเพียงพอสำหรับใช้จ่ายได้นาน 6 เดือนขึ้นไป หากต้องขาดรายได้กะทันหัน ซึ่งหมายความว่าคนไทยเกือบ 3 ใน 4 ไม่มีกันชนทางการเงินที่แข็งแรงพอจะรับมือกับวิกฤตการณ์ต่าง ๆ เช่น การตกงาน หรือการเจ็บป่วยรุนแรงได้ในระยะยาว

การออมเพื่อเกษียณ: ความท้าทายระหว่างแผนและการปฏิบัติ

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว การวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด รายงานล่าสุดพบว่า 59.7% ของคนไทยระบุว่าตนเองมีการวางแผนและได้เริ่มออมเพื่อการเกษียณแล้ว แต่ตัวเลขที่น่าตกใจคือ มีเพียง 14% เท่านั้นที่สามารถปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ได้จริง หรือคิดเป็นเพียง 1 ใน 7 คนเท่านั้นที่เดินหน้าตามแผนการออมเพื่ออนาคตของตนเองได้อย่างสม่ำเสมอ

ช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่าง “ความตั้งใจ” และ “การลงมือทำ” นี้ ชี้ให้เห็นว่าแม้เครื่องมือและข้อมูลเกี่ยวกับการวางแผนเกษียณจะเข้าถึงได้ง่ายขึ้นในยุคดิจิทัล แต่ยังไม่สามารถผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมในวงกว้างได้สำเร็จ

ช่องทางการออมในโลกใหม่: ความเปลี่ยนแปลงและโอกาส

รูปแบบและช่องทางการออมในยุคดิจิทัลมีความหลากหลายมากขึ้น แต่พฤติกรรมของคนไทยส่วนใหญ่ยังคงยึดติดกับรูปแบบเดิม ๆ ขณะเดียวกัน นวัตกรรมทางการเงินใหม่ ๆ ก็กำลังรอคอยที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในอนาคต

การยึดมั่นในเงินฝากและเงินสด

ข้อมูลในปี 2567 ยืนยันอย่างชัดเจนว่าคนไทยยังคงให้ความไว้วางใจกับช่องทางการออมที่มีความเสี่ยงต่ำ แม้จะมีความรู้ความเข้าใจเรื่องผลกระทบของเงินเฟ้อมากขึ้นก็ตาม โดย 96.1% ของประชากรมีบัญชีเงินฝากในระบบ แต่จากกลุ่มนี้มีเพียง 56.1% ที่มีบัญชีแยกเพื่อการออมโดยเฉพาะ

เมื่อมองภาพรวมทั้งประเทศ รูปแบบการออมที่ได้รับความนิยมสูงสุดยังคงเป็น:

  • เงินสด: 81.5%
  • บัญชีเพื่อการออม: 49.6%
  • การลงทุน: 2.2%

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าคนไทยจำนวนมากยังเลือกที่จะอยู่ใน “โซนปลอดภัย” และยังไม่กล้าก้าวข้ามไปสู่การลงทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่า เพื่อเอาชนะเงินเฟ้อในระยะยาว

โอกาสจากนวัตกรรมการเงินแห่งอนาคต

บริบทการเงินของไทยกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), ธนาคารเสมือน (Virtual Bank) และสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง (CBDC) ซึ่งแนวคิด Retail CBDC อาจกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการชำระเงินและเปิดประตูสู่บริการทางการเงินใหม่ ๆ ที่มีต้นทุนต่ำลง หากโครงการนี้เกิดขึ้นจริง อาจทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยเทียบเท่าเงินสด และสามารถนำไปต่อยอดกับผลิตภัณฑ์การออมหรือการลงทุนอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้นในอนาคต

ทัศนคติ vs. พฤติกรรม: ช่องว่างที่ต้องก้าวข้าม

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในการวิเคราะห์พฤติกรรมการออมของคนไทยคือความขัดแย้งระหว่างทัศนคติและพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริง ในปี 2567 ระดับทัศนคติทางการเงิน (Financial Attitude) ของคนไทยอยู่ที่ 78.2% ซึ่งสูงกว่าปีก่อนหน้าและสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศ OECD (55.7%) อย่างมีนัยสำคัญ ตัวเลขนี้บ่งชี้ว่าคนไทยส่วนใหญ่เห็นความสำคัญและมีความคิดเชิงบวกต่อการวางแผนการเงินและการออมเพื่ออนาคต

อย่างไรก็ตาม ในเชิงพฤติกรรมกลับพบว่า หลายคนยังคงฝากเงินเพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้จ่ายมากกว่าการเก็บออมเพื่ออนาคต การเข้าถึงสินเชื่อและบริการผ่อนชำระที่ง่ายดายผ่านช่องทางดิจิทัลได้เปลี่ยนจุดสนใจไปที่การบริโภคในปัจจุบัน และทำให้การออมกลายเป็นเรื่องรองที่ถูกผลัดวันประกันพรุ่ง โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานที่ใช้ชีวิตบนแพลตฟอร์มออนไลน์และได้รับแรงกระตุ้นจากการตลาดและไลฟ์สไตล์ที่เน้นการใช้จ่าย

สรุปช่องโหว่และความเสี่ยงทางการเงินที่สำคัญ

จากข้อมูลทั้งหมด สามารถสรุปช่องโหว่และความเสี่ยงหลักในพฤติกรรมการออมของคนไทยในยุคหลังเงินดิจิทัลได้ดังนี้:

  1. ออมมากขึ้น แต่ออมผิดที่: การออมส่วนใหญ่ยังคงกระจุกตัวอยู่ในเงินสดและเงินฝากดอกเบี้ยต่ำ ทำให้มูลค่าของเงินออมลดลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อ
  2. ภูมิคุ้มกันทางการเงินต่ำ: เงินสำรองฉุกเฉินของคนส่วนใหญ่ไม่เพียงพอที่จะรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้นานเกิน 3-6 เดือน สร้างความเสี่ยงต่อความมั่นคงของครัวเรือน
  3. แผนเกษียณที่ไปไม่ถึงฝัน: มีเพียงส่วนน้อยที่สามารถปฏิบัติตามแผนการออมเพื่อการเกษียณได้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นความเสี่ยงใหญ่ของสังคมในระยะยาว
  4. ดิจิทัลกระตุ้นการใช้ก่อนออม: ความสะดวกสบายของเทคโนโลยีทางการเงินส่งเสริมพฤติกรรมการใช้จ่ายมากกว่าการสร้างวินัยการออม โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่
  5. ความรู้ไม่นำไปสู่การปฏิบัติ: แม้จะมีความรู้ความเข้าใจทางการเงินมากขึ้น แต่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและออกจากรูปแบบการออมแบบดั้งเดิม

บทสรุป: พฤติกรรมการออมของคนไทยเปลี่ยนไปจริงหรือไม่?

เมื่อกลับมาสู่คำถามหลักที่ว่า หลังยุคเงินดิจิทัล: คนไทยเปลี่ยนพฤติกรรมการออมไหม? คำตอบที่ได้จากข้อมูลเชิงลึกนั้นไม่ใช่ขาวหรือดำ แต่เป็นภาพที่ซับซ้อนซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงในบางมิติ แต่ยังคงยึดติดกับรูปแบบเดิมในมิติอื่น ๆ

สิ่งที่เปลี่ยนไป

  • เชิงปริมาณ: จำนวนคนไทยที่มีการออมเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
  • เชิงทัศนคติ: การให้ความสำคัญกับการวางแผนการเงินและอนาคตมีทิศทางที่ดีขึ้นและสูงกว่าค่าเฉลี่ยสากล
  • เชิงผลิตภัณฑ์: เริ่มมีการใช้ผลิตภัณฑ์การออมที่ผสมผสานการลงทุนความเสี่ยงต่ำมากขึ้นเล็กน้อย
  • เชิงคนรุ่นใหม่: กลุ่ม Gen Z มีความสนใจในการเรียนรู้ด้านการเงินและการลงทุนในโลกดิจิทัลมากขึ้น

สิ่งที่ยังคงเดิม

  • เชิงโครงสร้าง: การออมยังคงพึ่งพาเงินสดและเงินฝากดอกเบี้ยต่ำเป็นหลัก
  • เชิงความเพียงพอ: ระดับเงินออมฉุกเฉินและเงินออมเพื่อการเกษียณยังอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง
  • เชิงพฤติกรรม: เครื่องมือดิจิทัลถูกนำไปใช้เพื่อการใช้จ่ายและก่อหนี้มากกว่าการสร้างวินัยการออมและการลงทุน

ดังนั้น อาจสรุปได้ว่าคนไทยได้เริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการออมในเชิงทัศนคติและจำนวนผู้ที่ออมแล้ว แต่คุณภาพและโครงสร้างการออมยังคงตามหลังความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการเงินดิจิทัลอยู่มาก

แนวโน้มอนาคตและก้าวต่อไป

การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลได้สร้างทั้งโอกาสและความท้าทายต่อพฤติกรรมการออมของคนไทย แม้จะมีสัญญาณบวกในด้านความตระหนักรู้และจำนวนผู้ออมที่เพิ่มขึ้น แต่ความเปราะบางในด้านคุณภาพการออมและความเพียงพอของเงินสำรองยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไข การส่งเสริมความรู้ทางการเงินที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง การออกแบบผลิตภัณฑ์การออมและการลงทุนที่เข้าถึงง่ายและตอบโจทย์คนยุคใหม่ จะเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับความมั่นคงทางการเงินของคนไทยให้ก้าวทันโลกที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

เพื่อก้าวทันโลกการเงินและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การติดตามข้อมูลข่าวสารและบทวิเคราะห์ที่ทันสมัยเป็นสิ่งจำเป็น สามารถ อ่านบทความเพิ่มเติม และติดตามเทรนด์ล่าสุดได้ที่ RANKING5 แหล่งข้อมูลสำหรับคนยุคใหม่ที่ไม่ต้องการพลาดทุกความเคลื่อนไหว

About the Author

LnW Loon

Administrator

View All Posts

Post navigation

Previous: พาสปอร์ตดิจิทัลไทย 2569: ท่องโลกไร้รอยต่อด้วยมือถือ

Related News

thailand-digital-passport-2026-featured
  • บทความ

พาสปอร์ตดิจิทัลไทย 2569: ท่องโลกไร้รอยต่อด้วยมือถือ

LnW Loon 18 มิถุนายน 2026
gen-z-early-retirement-hack-featured
  • บทความ

ทางลัดเกษียณเร็ว! Gen Z แฮ็คลดหย่อนภาษีปีล่าสุด

LnW Loon 18 มิถุนายน 2026
digital-baht-sme-impact-2026-featured
  • บทความ

เงินบาทดิจิทัล 2.0 เขย่าร้านค้า! SME ปรับตัวยังไงให้รอด

LnW Loon 17 มิถุนายน 2026

Recent Posts

  • หลังยุคเงินดิจิทัล: คนไทยเปลี่ยนพฤติกรรมการออมไหม?
  • พาสปอร์ตดิจิทัลไทย 2569: ท่องโลกไร้รอยต่อด้วยมือถือ
  • ทางลัดเกษียณเร็ว! Gen Z แฮ็คลดหย่อนภาษีปีล่าสุด
  • เงินบาทดิจิทัล 2.0 เขย่าร้านค้า! SME ปรับตัวยังไงให้รอด
  • ตึกร้างใจกลางกรุง? อนาคตออฟฟิศให้เช่าหลังยุค WFH

Archives

  • มิถุนายน 2026
  • พฤษภาคม 2026
  • เมษายน 2026
  • มีนาคม 2026
  • กุมภาพันธ์ 2026
  • มกราคม 2026
  • ธันวาคม 2025
  • พฤศจิกายน 2025
  • ตุลาคม 2025
  • กันยายน 2025
  • สิงหาคม 2025
  • กรกฎาคม 2025
  • มิถุนายน 2025
  • พฤษภาคม 2025
  • เมษายน 2025

Categories

  • กีฬา
  • บทความ
  • พลังงานหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อม
  • สุขภาพและการแพทย์
  • เกมส์
  • เทคโนโลยี & นวัตกรรม

You may have missed

post-digital-wallet-saving-habits-featured
  • บทความ

หลังยุคเงินดิจิทัล: คนไทยเปลี่ยนพฤติกรรมการออมไหม?

LnW Loon 18 มิถุนายน 2026
thailand-digital-passport-2026-featured
  • บทความ

พาสปอร์ตดิจิทัลไทย 2569: ท่องโลกไร้รอยต่อด้วยมือถือ

LnW Loon 18 มิถุนายน 2026
gen-z-early-retirement-hack-featured
  • บทความ

ทางลัดเกษียณเร็ว! Gen Z แฮ็คลดหย่อนภาษีปีล่าสุด

LnW Loon 18 มิถุนายน 2026
digital-baht-sme-impact-2026-featured
  • บทความ

เงินบาทดิจิทัล 2.0 เขย่าร้านค้า! SME ปรับตัวยังไงให้รอด

LnW Loon 17 มิถุนายน 2026
  • SPORT
  • TECH
  • CARS
  • GAME
  • HEALTH
  • BLOG
Copyright © All rights reserved. | MoreNews by AF themes.