การเติบโตของดนตรีไทยในยุคดิจิทัล
การเติบโตของดนตรีไทยในยุคดิจิทัลสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งกับศิลปินและผู้ฟัง ดนตรีไทยได้รับพลังขับเคลื่อนใหม่จากแพลตฟอร์มออนไลน์และเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างเห็นได้ชัด การเปลี่ยนผ่านนี้ส่งผลต่อตลาดเพลงไทยและโอกาสในการขยายวงกว้างสู่ระดับโลก
ภาพรวมของอุตสาหกรรมดนตรีไทยในยุคดิจิทัล

การเจริญเติบโตของดนตรีไทยในยุคดิจิทัลเริ่มถูกจับตามองมากขึ้นตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา ตลาดดนตรีไทยขยายตัวถึง 16% คิดเป็นมูลค่า 11,317 ล้านบาท โดยมีประเด็นสำคัญที่ควรรับรู้ดังนี้
- การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของยอดผู้ใช้งานดิจิทัลสตรีมมิ่ง
- การเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ฟังที่เน้นประสบการณ์ออนไลน์
- บทบาทสำคัญของ Music IP และเนื้อหาระดับคลาสสิก
- ศักยภาพการฟื้นตัวของตลาดเพลงหลังช่วงภาวะถดถอย
การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง
อุตสาหกรรมดนตรีไทยเคยพึ่งพาการจำหน่ายแผ่นเสียงและซีดีเป็นหลัก แต่ในยุคดิจิทัล เทคโนโลยีได้เข้ามาเปลี่ยนวิธีการผลิตและบริโภคดนตรี ดนตรีไทยเผยแพร่เข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ที่ให้ผู้ฟังเข้าถึงเนื้อหาได้สะดวกขึ้น นอกจากนี้ ศิลปินรุ่นใหม่ได้ประโยชน์จากโซเชียลมีเดียซึ่งเปิดโอกาสในการสร้างฐานแฟนและลดอุปสรรคในการเข้าสู่วงการ
บทบาทของเทคโนโลยีในอุตสาหกรรม
เทคโนโลยีดิจิทัลนำไปสู่การขยายช่องทางฟังเพลง โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนและบริการสตรีมมิ่ง เพลงไทยจึงกลายเป็นเพื่อนคู่ใจของคนยุคใหม่ที่ฟังเพลงผ่านมือถือแทบทั้งวัน ส่งผลให้ดนตรีไทยสามารถเชื่อมต่อกับผู้ฟังได้ทุกที่ทุกเวลา
แรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดดนตรีไทย
ดิจิทัลสตรีมมิ่งกับพฤติกรรมผู้ฟัง
- ปี 2023 ผู้ใช้งานดิจิทัลสตรีมมิ่งในไทยเพิ่มขึ้นถึง 3 ล้านคน หรือเติบโต 26% จากปีที่ผ่านมา
- บริการสตรีมมิ่ง เช่น YouTube และแพลตฟอร์มอื่น ๆ กลายเป็นช่องทางหลักในการฟังเพลงของคนไทย
- สถิติระบุว่าคนไทยใช้เวลาฟังเพลงถึง 75% ของเวลากิจกรรมออนไลน์ มากกว่าการดูคลิปสั้นหรือใช้งานโซเชียลมีเดีย
- เพลงไทยยังคงได้รับความนิยมสูงสุด ผู้บริโภคมองว่าเพลงเป็น “เพื่อนคู่ใจ” ที่เข้าถึงได้ง่าย
แนวโน้มการบริโภคดนตรีไทยขยายตัวไปยังผู้ฟังหลากหลายกลุ่ม พร้อมส่งเสริมการเผยแพร่สู่ผู้ฟังทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แนวโน้มการสมัครสมาชิกและตลาดสากล
การสมัครสมาชิกบริการเพลงในไทยอยู่ในช่วงเริ่มต้น ตัวเลขปี 2023 อยู่ที่ 3.2% มีแนวโน้มเติบโตสี่เท่าใน 7 ปีข้างหน้า เป็น 11% ในปี 2030 แม้ยังตามหลังกลุ่มประเทศชั้นนำและประเทศเพื่อนบ้าน แต่ยังคงเปิดโอกาสทางการตลาดอย่างมาก ศิลปินไทยมีศักยภาพในการขยายฐานผู้ฟังและรายได้จากแพลตฟอร์มระดับโลก เช่น Spotify, Apple Music และ YouTube Music
Music IP และนิยามความสำคัญ
Music IP หรือทรัพย์สินทางปัญญาด้านดนตรี เป็นหัวใจสำคัญของรายได้ในยุคดิจิทัล ค่ายเพลงที่มีคลังเพลงขนาดใหญ่ได้เปรียบ เนื่องจากสามารถนำเสนอเพลงให้กับผู้ฟังหลายกลุ่มและสร้างรายได้ต่อเนื่องจากเพลงอมตะ ผลงานของศิลปินชื่อดังยังถูกนำมาปรับใช้สร้างประโยชน์ใหม่ ๆ ได้อยู่เสมอ เช่น เพลงของเบิร์ด ธงไชย, Bodyslam, และปาล์มมี่
| ศิลปิน/กลุ่ม | Music IP | ศักยภาพสร้างรายได้ในยุคดิจิทัล |
|---|---|---|
| เบิร์ด ธงไชย | เพลงอมตะหลากหลายเรื่องราว | ต่อยอดเผยแพร่ข้ามยุค รายได้ต่อเนื่องผ่านสตรีมมิ่งและลิขสิทธิ์ |
| Bodyslam | คลังเพลงร็อกสมัยใหม่ | ดึงดูดฐานแฟนเพลงรุ่นใหม่และตลาดต่างประเทศ |
| ปาล์มมี่ | งานเพลงร่วมสมัย | ตอบโจทย์การผลิตคอนเทนต์ออนไลน์และโครงการธุรกิจใหม่ |
โอกาสในอนาคตกับศิลปินไทย
- ศิลปินไทยได้รับโอกาสสร้างชื่อเสียงบนเวทีโลกผ่านโซเชียลมีเดียและเทคโนโลยีใหม่ เช่น AI
- การจัดกิจกรรม Music Exchange และนโยบายสนับสนุน Music IP ช่วยส่งเสริมศิลปินเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ
- คาดการณ์ว่าตลาดดนตรีไทยจะมีมูลค่าสูงถึง 30,000 ล้านบาทภายในปี 2030
บทสรุปและการต่อยอดในยุคดิจิทัล
การเติบโตของดนตรีไทยในยุคดิจิทัลเป็นภาพสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นพร้อมกับโอกาสทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ก้าวต่อไปของอุตสาหกรรมนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการนำเทคโนโลยีมาสร้างสรรค์ ขยาย Music IP และปรับตัวให้ทันพฤติกรรมผู้บริโภคสมัยใหม่
ติดต่อเรา
KDC SPORT รับผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าพิมพ์ลาย เสื้อผ้ากีฬา เสื้อองค์กร เสื้อยืด หลากหลายดีไซน์และรูปแบบ
พร้อมทั้งรับผลิตเสื้อผ้าให้กับแบรนด์ต่างๆ เพิ่มเติม สามารถ ติดต่อเรา ได้ทันที
ที่อยู่ : 888 หมู่ 26 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000
โทรศัพท์ : 094-295-9898