Skip to content
Ranking5

Ranking5

Ranking5

Primary Menu
  • SPORT
  • TECH
  • CARS
  • GAME
  • HEALTH
  • BLOG
  • Home
  • บทความ
  • บาทดิจิทัล (CBDC) เขย่าร้านค้า! ปรับตัวยังไงเมื่อเงินสดหายไป
  • บทความ

บาทดิจิทัล (CBDC) เขย่าร้านค้า! ปรับตัวยังไงเมื่อเงินสดหายไป

บาทดิจิทัลจะเขย่าวงการค้า! เมื่อเงินสดลดบทบาทลง ร้านค้าต้องพร้อมรับมือ CBDC พร้อมวิธีปรับตัวที่ไม่ยุ่งยาก ทั้ง PromptPay, EDC/POS, E-commerce เพื่อให้ธุรกิจคุณไม่พลาดโอกาส เตรียมพร้อมรับอนาคตได้เลย.
LnW Loon 7 เมษายน 2026 1 minute read
digital-baht-cbdc-sme-impact-featured

บาทดิจิทัล (CBDC) เขย่าร้านค้า! ปรับตัวยังไงเมื่อเงินสดหายไป?

สารบัญ

  • ภาพรวมของบาทดิจิทัล (CBDC)
  • บทนำ: ทำความรู้จักบาทดิจิทัล และอนาคตการเงินไทย
  • บาทดิจิทัล (Retail CBDC) คืออะไร?

    • นิยามและความแตกต่างจากเงินดิจิทัลประเภทอื่น
    • สถานะการพัฒนาและการทดสอบในปัจจุบัน
  • ผลกระทบของบาทดิจิทัลต่อร้านค้าและระบบเศรษฐกิจ

    • การเปลี่ยนแปลงสู่สังคมไร้เงินสดเต็มรูปแบบ
    • เพิ่มความโปร่งใสและลดปัญหาเศรษฐกิจนอกระบบ
    • ประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่เหนือกว่า
  • ร้านค้าและ SME ต้องปรับตัวอย่างไร?
  • สรุป: เตรียมพร้อมรับมืออนาคตการเงินดิจิทัล

การมาถึงของเงินบาทดิจิทัล หรือ Central Bank Digital Currency (CBDC) กำลังจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของภูมิทัศน์ทางการเงินในประเทศไทย โดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการและร้านค้าปลีก การเปลี่ยนผ่านจากเงินสดสู่สกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลางโดยตรงนี้ นำมาซึ่งคำถามสำคัญว่า ธุรกิจจะได้รับผลกระทบและต้องเตรียมความพร้อมอย่างไร

ภาพรวมของบาทดิจิทัล (CBDC)

บาทดิจิทัล (CBDC) เขย่าร้านค้า! ปรับตัวยังไงเมื่อเงินสดหายไป? - digital-baht-cbdc-sme-impact

  • บาทดิจิทัล (CBDC) คือสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีสถานะเทียบเท่าธนบัตร สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายและมีมูลค่าคงที่
  • โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเป็นทางเลือกในการชำระเงินสำหรับภาคประชาชน ลดต้นทุนในระบบการเงิน และสนับสนุนการเข้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบ
  • ร้านค้าและผู้ประกอบการสามารถปรับตัวรองรับ CBDC ได้โดยอาศัยโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินเดิม เช่น ระบบ QR Code ของพร้อมเพย์ หรือเครื่อง EDC โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนในอุปกรณ์ใหม่ทั้งหมด
  • CBDC มีความแตกต่างจากคริปโตเคอร์เรนซีอย่างชัดเจน เนื่องจาก CBDC มีมูลค่าคงที่ ไม่มีความเสี่ยงด้านความผันผวน และได้รับการรับรองจากธนาคารกลาง
  • ปัจจุบันโครงการยังอยู่ในขั้นทดสอบในวงจำกัด และยังไม่มีกำหนดการเปิดใช้งานในวงกว้างอย่างเป็นทางการ

บทนำ: ทำความรู้จักบาทดิจิทัล และอนาคตการเงินไทย

คำถามที่ว่า บาทดิจิทัล (CBDC) เขย่าร้านค้า! ปรับตัวยังไงเมื่อเงินสดหายไป? กำลังกลายเป็นประเด็นที่ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) รวมถึงร้านค้าปลีกทั่วประเทศต้องให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังเดินหน้าโครงการพัฒนาและทดสอบเงินบาทในรูปแบบดิจิทัลสำหรับภาคประชาชน (Retail CBDC) ซึ่งนับเป็นหมุดหมายสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) อย่างเต็มตัว การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังสร้างทั้งโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ ให้กับภาคธุรกิจที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนผ่านของระบบการชำระเงินแห่งอนาคต

โครงการนี้เริ่มต้นวางแนวทางการพัฒนามาตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 โดยต่อยอดจากความสำเร็จของโครงการอินทนนท์ที่เน้นการโอนเงินระหว่างสถาบันการเงิน และได้รับการตอบรับที่ดีจากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน การที่ ธปท. เตรียมขยายผลการทดสอบสู่ภาคประชาชนและร้านค้าภายในปี 2569 ยิ่งเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า CBDC ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องเริ่มศึกษาและทำความเข้าใจ เพื่อให้สามารถปรับตัวและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่นี้ได้อย่างเต็มศักยภาพ

บาทดิจิทัล (Retail CBDC) คืออะไร?

นิยามและความแตกต่างจากเงินดิจิทัลประเภทอื่น

Retail CBDC หรือ บาทดิจิทัล คือ สกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อให้ประชาชนทั่วไปใช้ในการทำธุรกรรมรายย่อยในชีวิตประจำวัน จุดเด่นสำคัญของ CBDC คือมีสถานะเป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย (Legal Tender) เช่นเดียวกับธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งหมายความว่าการถือครอง CBDC ก็เปรียบเสมือนการถือเงินสดในรูปแบบดิจิทัล โดยมีมูลค่าคงที่ 1 บาทดิจิทัล เท่ากับ 1 บาทเสมอ และมีความเสี่ยงเป็นศูนย์ เพราะมีสินทรัพย์ของธนาคารกลางหนุนหลัง

ความแตกต่างของ CBDC เมื่อเทียบกับเงินดิจิทัลประเภทอื่น สามารถสรุปได้ดังนี้:

  • เงินฝากในบัญชีธนาคาร (Commercial Bank Money): แม้จะเป็นเงินในรูปแบบดิจิทัลที่ใช้กันแพร่หลาย แต่เงินฝากคือภาระผูกพันของธนาคารพาณิชย์ต่อผู้ฝากเงิน ในขณะที่ CBDC คือภาระผูกพันของธนาคารกลางโดยตรงต่อผู้ถือครอง ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำที่สุดในระบบการเงิน
  • เงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money): เงินในแอปพลิเคชันวอลเล็ตต่างๆ เช่น TrueMoney Wallet หรือ Rabbit LINE Pay ถือเป็น e-Money ซึ่งเป็นเงินที่ออกโดยผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-bank) ผู้ใช้บริการมีความเสี่ยงหากผู้ให้บริการประสบปัญหาทางการเงิน แต่สำหรับ CBDC ความเสี่ยงนี้จะหมดไป
  • คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency): สกุลเงินดิจิทัลเช่น Bitcoin หรือ Ethereum เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่สร้างบนระบบกระจายศูนย์ (Decentralized) ไม่ได้ออกหรือควบคุมโดยหน่วยงานกลางใดๆ ทำให้มีมูลค่าผันผวนสูงมากตามกลไกตลาด และไม่ถือเป็นเงินที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายในหลายประเทศ ซึ่งต่างจาก CBDC ที่มีมูลค่าคงที่และมีสถานะทางกฎหมายชัดเจน

การถือครอง CBDC ให้ความมั่นคงปลอดภัยเทียบเท่ากับการถือธนบัตรที่ออกโดยธนาคารกลาง แต่มาในรูปแบบดิจิทัลที่สะดวกต่อการใช้งานในยุคใหม่ ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงผู้ให้บริการภาคเอกชนเพียงอย่างเดียว

สถานะการพัฒนาและการทดสอบในปัจจุบัน

ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการพัฒนาและทดสอบ Retail CBDC อย่างต่อเนื่องและเป็นขั้นตอน โดยปัจจุบันโครงการอยู่ในระยะที่สอง คือ การทดสอบในวงจำกัด (Pilot Test) ซึ่งเริ่มขึ้นในช่วงปลายปี 2565 และคาดว่าจะขยายผลต่อไป การทดสอบนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยของระบบในสภาพแวดล้อมจริง แต่ยังจำกัดอยู่ในกลุ่มผู้เข้าร่วมที่กำหนดไว้ 4 กลุ่มหลัก ได้แก่

  1. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.): ในฐานะผู้ออกและบริหารจัดการระบบ
  2. สถาบันการเงินและผู้ให้บริการทางการเงิน: เช่น ธนาคารพาณิชย์และผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-bank) ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการกระจาย CBDC สู่ผู้ใช้งาน
  3. ร้านค้า: กลุ่มธุรกิจและร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเพื่อทดสอบระบบการรับชำระเงิน
  4. ประชาชน: ผู้ใช้งานทั่วไปจำนวนจำกัด (ประมาณ 10,000 คน) ที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมทดสอบการใช้งาน

ในกระบวนการทดสอบนี้ มีสถาบันการเงินชั้นนำอย่างธนาคารไทยพาณิชย์ที่ได้พัฒนาแอปพลิเคชัน “CBDC SCB” ขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อรองรับการทดสอบ นอกจากนี้ ยังมี “Innovation Track” ซึ่งเป็นกระบวนการที่เปิดให้ภาคเอกชนและนักพัฒนาเสนอนวัตกรรมหรือกรณีการใช้งานใหม่ๆ บนระบบ CBDC แต่จะดำเนินการในลักษณะของระบบปิด (Sandbox) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้โดยยังไม่เปิดให้ใช้งานจริงกับร้านค้าทั่วไป

สิ่งสำคัญที่ต้องเน้นย้ำคือ ณ ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 7 เมษายน 2569) บาทดิจิทัลยังอยู่ในขั้นตอนการทดลองและยังไม่ได้ถูกนำมาใช้เพื่อการลงทุนหรือเปิดให้ประชาชนทั่วไปใช้งานอย่างเป็นทางการ การดำเนินการทุกอย่างอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดของ ธปท. เพื่อสร้างความมั่นใจก่อนจะมีการพิจารณาเปิดใช้งานในวงกว้างต่อไปในอนาคต

ผลกระทบของบาทดิจิทัลต่อร้านค้าและระบบเศรษฐกิจ

การเปลี่ยนแปลงสู่สังคมไร้เงินสดเต็มรูปแบบ

การเกิดขึ้นของบาทดิจิทัลจะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่สำคัญในการผลักดันสังคมไทยให้ก้าวสู่การเป็นสังคมไร้เงินสดอย่างสมบูรณ์ แม้ในปัจจุบันการชำระเงินผ่าน e-Money และ QR Code จะได้รับความนิยมอย่างสูง แต่การมีอยู่ของ CBDC จะเข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกหลักที่อาจมาทดแทนการใช้เงินสดและ e-Money บางส่วนได้ในระยะยาว สำหรับร้านค้า นี่หมายถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่จะคุ้นเคยกับการใช้จ่ายผ่านช่องทางดิจิทัลมากยิ่งขึ้น การพึ่งพาเงินสดจะลดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ร้านค้าต้องมีความพร้อมในการรับชำระเงินดิจิทัลทุกรูปแบบเพื่อไม่ให้สูญเสียโอกาสทางธุรกิจ

เพิ่มความโปร่งใสและลดปัญหาเศรษฐกิจนอกระบบ

หนึ่งในคุณสมบัติที่โดดเด่นของเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง CBDC คือความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ธุรกรรมทางการเงินทุกรายการจะถูกบันทึกและสามารถสร้างเส้นทางของเงิน (Data Trail) ได้ ซึ่งคุณสมบัตินี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการลดขนาดของเศรษฐกิจนอกระบบ (Grey Economy/Black Economy) ที่มักพึ่งพาการใช้เงินสดเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ

ในมุมของภาครัฐ ความโปร่งใสนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินนโยบายทางการคลัง ยกตัวอย่างเช่น การให้เงินอุดหนุนหรือสวัสดิการต่างๆ สามารถตั้งเงื่อนไข (Programmable Money) ให้เงินบาทดิจิทัลนั้นถูกนำไปใช้จ่ายได้เฉพาะกับร้านค้าหรือสินค้าที่กำหนดไว้เท่านั้น เช่น โครงการเงินช่วยเหลือค่าเล่าเรียน 2,000 บาท สามารถกำหนดให้ใช้ได้เฉพาะกับร้านค้าอุปกรณ์การเรียนที่ลงทะเบียนไว้ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการรั่วไหลของเงินสนับสนุนและทำให้เงินถึงมือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง คล้ายกับแนวทางที่รัฐบาลจีนใช้กับเงินหยวนดิจิทัล

ประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่เหนือกว่า

สำหรับร้านค้าและผู้ประกอบการ การเปลี่ยนผ่านสู่การใช้บาทดิจิทัลจะช่วยลดต้นทุนและภาระที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการเงินสดได้อย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนการขนส่งเงินที่ต้องมีการประกันความปลอดภัย ต้นทุนการนับและเก็บรักษาเงินสด รวมถึงความเสี่ยงจากการถูกโจรกรรมหรือการรับธนบัตรปลอม CBDC จะช่วยขจัดปัญหาเหล่านี้ไปได้ นอกจากนี้ ระบบการชำระเงินดิจิทัลยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกระทบยอดบัญชีและการทำบัญชีให้เป็นไปโดยอัตโนมัติและแม่นยำยิ่งขึ้น

ในภาพรวม การมี CBDC เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัลของประเทศ จะช่วยส่งเสริมการแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการชำระเงิน ซึ่งอาจนำไปสู่การลดลงของค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมในระยะยาว ทำให้ร้านค้ามีต้นทุนที่ต่ำลงและสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินดิจิทัลได้ง่ายและทั่วถึงยิ่งขึ้น

ร้านค้าและ SME ต้องปรับตัวอย่างไร?

ข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการคือการปรับตัวเพื่อรองรับบาทดิจิทัลนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นการลงทุนครั้งใหญ่หรือการเปลี่ยนแปลงระบบที่ซับซ้อนเสมอไป เนื่องจาก ธปท. มีแนวทางในการพัฒนาให้ CBDC สามารถทำงานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินที่มีอยู่แล้วในปัจจุบันได้ ร้านค้าส่วนใหญ่จึงสามารถอัปเกรดหรือปรับปรุงระบบเดิมเพียงเล็กน้อยเพื่อรองรับช่องทางการชำระเงินใหม่นี้

ตารางสรุปแนวทางการปรับตัวของร้านค้าเพื่อรองรับการชำระเงินด้วยบาทดิจิทัล (CBDC) ผ่านช่องทางต่างๆ
ช่องทางชำระเงินปัจจุบัน แนวทางการปรับตัวเพื่อรองรับ CBDC
พร้อมเพย์ (PromptPay) ผ่าน QR Code ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ ร้านค้าสามารถใช้ Thai QR Code เดิมได้ทันที เมื่อลูกค้าสแกนเพื่อชำระเงิน แอปพลิเคชันธนาคารบนมือถือของลูกค้าจะมีตัวเลือกให้เลือกว่าจะชำระจากบัญชีเงินฝากหรือจากกระเป๋าเงิน CBDC ซึ่งสะดวกและเข้าถึงฐานผู้ใช้จำนวนมากได้ทันที
เครื่องรับบัตร (EDC/POS) อัปเดตซอฟต์แวร์ ผู้ให้บริการเครื่อง EDC/POS จะทำการอัปเดตซอฟต์แวร์ของเครื่องให้รองรับการชำระเงินด้วย CBDC โดยอาจเป็นการแสดง QR Code บนหน้าจอเครื่อง หรือรองรับการแตะจ่ายผ่าน NFC จากแอปพลิเคชัน CBDC โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ ช่วยลดต้นทุนให้กับร้านค้า
ร้านค้าออนไลน์ (E-commerce) เชื่อมต่อระบบผ่าน API/Gateway สำหรับเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันอีคอมเมิร์ซ สามารถทำการเชื่อมต่อระบบชำระเงิน (API/Payment Gateway) เพื่อเพิ่ม “บาทดิจิทัล” เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในหน้าชำระเงิน (Checkout Page) ควบคู่ไปกับบัตรเครดิต, e-Wallet หรือ Internet Banking

จากตารางจะเห็นได้ว่า การเปลี่ยนผ่านสำหรับร้านค้าที่คุ้นเคยกับระบบการชำระเงินดิจิทัลอยู่แล้วจะเป็นไปอย่างราบรื่น โดยหัวใจสำคัญคือการประสานงานกับผู้ให้บริการทางการเงินที่ร้านค้าใช้อยู่ เพื่อตรวจสอบและดำเนินการอัปเดตระบบให้พร้อมรองรับเมื่อ CBDC เปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการ

สรุป: เตรียมพร้อมรับมืออนาคตการเงินดิจิทัล

บาทดิจิทัล (CBDC) ไม่ใช่เพียงแค่เทคโนโลยีใหม่ แต่เป็นวิวัฒนาการขั้นต่อไปของระบบการเงินที่จะเข้ามาเปลี่ยนวิถีการใช้จ่ายและการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าโครงการจะยังอยู่ในช่วงของการทดสอบและยังต้องเผชิญกับความท้าทายอีกหลายด้านก่อนจะนำมาใช้ในวงกว้าง แต่ทิศทางที่ชัดเจนคืออนาคตของการเงินกำลังมุ่งหน้าสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มตัว

สำหรับร้านค้าและผู้ประกอบการ SME การมาถึงของ CBDC ถือเป็นทั้งความท้าทายในการปรับตัวและโอกาสในการยกระดับธุรกิจ การเตรียมความพร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยการทำความเข้าใจในหลักการทำงาน ผลกระทบ และแนวทางการปรับใช้เทคโนโลยี จะช่วยให้ธุรกิจสามารถเปลี่ยนผ่านได้อย่างราบรื่น ลดต้นทุนการจัดการเงินสด เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และเข้าถึงลูกค้าในยุคดิจิทัลได้ดียิ่งขึ้น การเปิดรับและศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตและแข่งขันได้ในระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ที่เงินสดกำลังจะกลายเป็นเพียงความทรงจำ

สำหรับผู้ที่สนใจติดตามข่าวสารและบทวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับเทคโนโลยีการเงินและเทรนด์ธุรกิจใหม่ๆ สามารถ อ่านบทความเพิ่มเติม ได้ที่นี่ เพื่อให้ก้าวทันทุกความเปลี่ยนแปลงในโลกดิจิทัล

About the Author

LnW Loon

Administrator

View All Posts

Post navigation

Previous: เที่ยวอยุธยาผ่าน AR Glass ประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ควรพลาด

Related News

ar-tourism-ayutthaya-experience-featured
  • บทความ

เที่ยวอยุธยาผ่าน AR Glass ประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ควรพลาด

LnW Loon 6 เมษายน 2026
thailand-digital-nomad-visa-impact-featured
  • บทความ

เทรนด์ “Digital Nomad Visa” ในไทย ส่งผลต่อค่าครองชีพอย่างไ

LnW Loon 6 เมษายน 2026
crypto-tax-update-2026-thailand-featured
  • บทความ

เทรดคริปโต 2569 ยื่นภาษีอย่างไรไม่ให้โดนปรับ?

LnW Loon 6 เมษายน 2026

Recent Posts

  • บาทดิจิทัล (CBDC) เขย่าร้านค้า! ปรับตัวยังไงเมื่อเงินสดหายไป
  • เที่ยวอยุธยาผ่าน AR Glass ประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ควรพลาด
  • เทรนด์ “Digital Nomad Visa” ในไทย ส่งผลต่อค่าครองชีพอย่างไ
  • เทรดคริปโต 2569 ยื่นภาษีอย่างไรไม่ให้โดนปรับ?
  • เกษียณก่อน 50 ด้วย “Passive Income อสังหาฯ” แบบใหม่

Archives

  • เมษายน 2026
  • มีนาคม 2026
  • กุมภาพันธ์ 2026
  • มกราคม 2026
  • ธันวาคม 2025
  • พฤศจิกายน 2025
  • ตุลาคม 2025
  • กันยายน 2025
  • สิงหาคม 2025
  • กรกฎาคม 2025
  • มิถุนายน 2025
  • พฤษภาคม 2025
  • เมษายน 2025

Categories

  • กีฬา
  • บทความ
  • พลังงานหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อม
  • สุขภาพและการแพทย์
  • เกมส์
  • เทคโนโลยี & นวัตกรรม

You may have missed

digital-baht-cbdc-sme-impact-featured
  • บทความ

บาทดิจิทัล (CBDC) เขย่าร้านค้า! ปรับตัวยังไงเมื่อเงินสดหายไป

LnW Loon 7 เมษายน 2026
ar-tourism-ayutthaya-experience-featured
  • บทความ

เที่ยวอยุธยาผ่าน AR Glass ประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ควรพลาด

LnW Loon 6 เมษายน 2026
thailand-digital-nomad-visa-impact-featured
  • บทความ

เทรนด์ “Digital Nomad Visa” ในไทย ส่งผลต่อค่าครองชีพอย่างไ

LnW Loon 6 เมษายน 2026
crypto-tax-update-2026-thailand-featured
  • บทความ

เทรดคริปโต 2569 ยื่นภาษีอย่างไรไม่ให้โดนปรับ?

LnW Loon 6 เมษายน 2026
  • SPORT
  • TECH
  • CARS
  • GAME
  • HEALTH
  • BLOG
Copyright © All rights reserved. | MoreNews by AF themes.