เงินดิจิทัล 2.0 มาแล้ว! อัปเดตเงื่อนไข ใครได้บ้าง?
- ภาพรวมโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท
- เงื่อนไขผู้มีสิทธิ์ในเฟสหลัก (อัปเดตล่าสุด)
- ขั้นตอนการลงทะเบียนและไทม์ไลน์สำคัญ
- รายละเอียดการใช้จ่ายเงินดิจิทัล 10,000 บาท
- โครงการเฟส 2 สำหรับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป
- ความคืบหน้าสำหรับกลุ่มอายุ 21–59 ปี
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเงินดิจิทัล
- สรุปและแนวทางการตรวจสอบสิทธิ์
โครงการกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท ซึ่งอาจถูกกล่าวถึงในชื่อ เงินดิจิทัล 2.0 มาแล้ว! อัปเดตเงื่อนไข ใครได้บ้าง? ได้มีความชัดเจนมากขึ้นหลังการปรับปรุงเงื่อนไขและคุณสมบัติผู้รับสิทธิ์ให้มีความรัดกุม โดยรัฐบาลได้กำหนดกรอบเวลาการลงทะเบียนและการจ่ายเงินอย่างเป็นทางการ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและท้องถิ่นผ่านการใช้จ่ายของประชาชน
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์: ต้องมีอายุ 16 ปีขึ้นไป มีรายได้ปีภาษี 2566 ไม่เกิน 840,000 บาท และมีเงินฝากในทุกบัญชีรวมกันไม่เกิน 500,000 บาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567
- ไทม์ไลน์โครงการ: เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2567 และจะเริ่มโอนเงินเข้ากระเป๋าดิจิทัลในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2567
- เงื่อนไขการใช้จ่าย: สามารถใช้ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคและอุปกรณ์ทำมาหากินกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการในรัศมีที่กำหนดตามทะเบียนบ้านเท่านั้น
- โครงการสำหรับกลุ่มเฉพาะ: มีการต่อยอดโครงการเฟส 2 สำหรับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปที่ยังไม่ได้รับสิทธิ์ในรอบแรก โดยตั้งเป้าจ่ายเงินก่อนเทศกาลตรุษจีนปี 2568
- ช่องทางการลงทะเบียน: การลงทะเบียนหลักจะดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” พร้อมระบบการยืนยันตัวตน (KYC) ตามมาตรฐาน
นโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท เป็นหนึ่งในนโยบายเศรษฐกิจที่สำคัญของรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยมีเป้าหมายเพื่ออัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจระดับฐานรากโดยตรง ผ่านการโอนเงินดิจิทัลให้แก่ประชาชนผู้มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อนำไปใช้จ่ายกับร้านค้าในชุมชนของตนเอง โครงการนี้ได้รับการปรับปรุงเงื่อนไขหลายครั้งจนเป็นที่มาของเวอร์ชันล่าสุดที่หลายฝ่ายเรียกว่า “เงินดิจิทัล 2.0” ซึ่งมีความชัดเจนทั้งในด้านคุณสมบัติผู้รับสิทธิ์, กรอบเวลา, และแนวทางการใช้จ่าย
ภาพรวมโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท

โครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท คือนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งหวังกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการมอบเงินจำนวน 10,000 บาท ให้แก่ประชาชนที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข เพื่อนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและซื้อสินค้าที่จำเป็นจากร้านค้าในพื้นที่ใกล้บ้านตามที่ระบุในทะเบียนบ้าน กลไกหลักของโครงการนี้คือการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ซึ่งทำหน้าที่เป็นกระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet) แทนการมอบเงินสดโดยตรง วัตถุประสงค์หลักคือเพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชนอย่างรวดเร็วและทั่วถึง โดยใช้งบประมาณรวมหลายแสนล้านบาทในการดำเนินงาน
เงื่อนไขผู้มีสิทธิ์ในเฟสหลัก (อัปเดตล่าสุด)
หลังจากมีการปรับปรุงรายละเอียดหลายครั้ง เงื่อนไขล่าสุดสำหรับผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการในเฟสหลักได้ถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจน เพื่อคัดกรองให้เงินช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง
คุณสมบัติพื้นฐานของผู้มีสิทธิ์
บุคคลที่จะได้รับสิทธิ์ในโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนทุกข้อ ดังต่อไปนี้:
- สัญชาติ: ต้องมีสัญชาติไทย
- ทะเบียนบ้าน: มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในประเทศไทย
- อายุ: มีอายุอย่างน้อย 16 ปีบริบูรณ์ ภายในวันที่ปิดรับลงทะเบียน (ประมาณวันที่ 30 กันยายน 2567)
- รายได้: มีรายได้พึงประเมินสำหรับปีภาษี 2566 ไม่เกิน 840,000 บาท (เฉลี่ยเดือนละไม่เกิน 70,000 บาท)
- เงินฝาก: มีเงินฝากในบัญชีธนาคารทุกประเภทรวมกันไม่เกิน 500,000 บาท โดยนับยอด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567
- สถานะทางกฎหมาย: ไม่อยู่ระหว่างการต้องโทษจำคุก และไม่เคยมีประวัติฝ่าฝืนเงื่อนไขในโครงการอื่น ๆ ของรัฐ
สำหรับเกณฑ์เงินฝากนั้น จะนับรวมเฉพาะเงินฝากสกุลบาทในสถาบันการเงินพาณิชย์และสถาบันการเงินของรัฐ เช่น บัญชีออมทรัพย์, บัญชีฝากประจำ, และกระแสรายวัน แต่จะไม่นับรวมสินทรัพย์ลงทุนประเภทอื่น เช่น สลากออมทรัพย์, หุ้น, พันธบัตร หรือตราสารหนี้
| เงื่อนไข | ผู้มีสิทธิ์ | ผู้ไม่มีสิทธิ์ |
|---|---|---|
| รายได้ (ปีภาษี 2566) | ไม่เกิน 840,000 บาท | เกิน 840,000 บาท |
| เงินฝาก (ณ 31 มี.ค. 67) | ไม่เกิน 500,000 บาท | เกิน 500,000 บาท |
| อายุ (ณ วันปิดลงทะเบียน) | 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป | ต่ำกว่า 16 ปีบริบูรณ์ |
กลุ่มบุคคลที่ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ
บุคคลที่จัดอยู่ในกลุ่มต่อไปนี้จะถูกตัดสิทธิ์จากการเข้าร่วมโครงการโดยอัตโนมัติ:
- ผู้ที่มีรายได้ต่อปีภาษี 2566 เกิน 840,000 บาท
- ผู้ที่มีเงินฝากในบัญชีธนาคารรวมกันเกิน 500,000 บาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567
- ผู้ต้องโทษจำคุกอยู่ในเรือนจำ
- บุคคลที่เคยถูกระงับสิทธิ์หรือถูกเรียกเงินคืนจากการฝ่าฝืนเงื่อนไขโครงการอื่น ๆ ของรัฐบาล
ประเด็นสำคัญที่ควรทราบคือ หากเงินฝากในบัญชีรวมกันเกิน 500,000 บาท แม้ว่าเงินจำนวนนั้นจะมาจากผู้ปกครองที่ฝากไว้ให้บุตรก็ตาม บุคคลนั้นจะยังคงถูกตัดสิทธิ์ เนื่องจากระบบจะพิจารณาจากยอดเงินรวมในบัญชีทั้งหมดของผู้มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชี
ขั้นตอนการลงทะเบียนและไทม์ไลน์สำคัญ
โครงการนี้กำหนดให้ผู้ที่สนใจต้องดำเนินการลงทะเบียนและยืนยันตัวตนด้วยตนเอง ไม่มีการโอนเงินให้อัตโนมัติ เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานความปลอดภัย
ช่องทางการลงทะเบียน
ช่องทางหลักในการลงทะเบียนคือผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” บนสมาร์ตโฟน ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มกลางของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม สำหรับประชาชนที่ไม่สะดวกใช้งานสมาร์ตโฟนหรือแอปพลิเคชัน จะมีการจัดเตรียมช่องทางช่วยเหลือผ่านหน่วยบริการของรัฐ เช่น ธนาคารของรัฐ ที่ว่าการอำเภอ หรือองค์การบริหารส่วนตำบล เพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทะเบียน
กระบวนการยืนยันตัวตน (KYC)
ขั้นตอนการลงทะเบียนจะประกอบด้วยการยืนยันตัวตน (Know Your Customer หรือ KYC) ตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นกระบวนการมาตรฐานเพื่อตรวจสอบและยืนยันตัวตนของผู้ทำธุรกรรมทางการเงิน โดยมีขั้นตอนหลักดังนี้:
- ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”
- ดำเนินการสมัครหรือเข้าสู่ระบบ
- ทำการยืนยันตัวตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชนและ/หรือการสแกนใบหน้า
- กรอกข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นตามที่ระบบกำหนด
- ระบบจะทำการตรวจสอบข้อมูลกับฐานข้อมูลของกรมสรรพากรและสถาบันการเงินเพื่อพิจารณาคุณสมบัติ
ช่วงเวลาลงทะเบียนและรับเงิน
ตามข้อมูลล่าสุดที่ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้กำหนดกรอบเวลาของโครงการไว้ดังนี้:
- เริ่มลงทะเบียน: ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป
- ปิดรับลงทะเบียน: ประมาณกลางถึงปลายเดือนกันยายน 2567
- การโอนเงินเข้ากระเป๋าดิจิทัล: จะเริ่มทยอยโอนในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 (ตุลาคม–ธันวาคม)
รายละเอียดการใช้จ่ายเงินดิจิทัล 10,000 บาท
เงื่อนไขการใช้จ่ายถูกออกแบบมาเพื่อจำกัดการใช้งานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ คือการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น
สถานที่และขอบเขตการใช้งาน
ผู้ได้รับสิทธิ์จะต้องใช้จ่ายเงินผ่านร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอตามที่ระบุในทะเบียนบ้าน หรือในรัศมีประมาณ 4 กิโลเมตรจากที่อยู่ อย่างไรก็ตาม รัศมีการใช้งานอาจมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมของสภาพภูมิประเทศ เช่น ในพื้นที่เกาะหรือภูเขา
สินค้าและบริการที่สามารถซื้อได้
เงินดิจิทัลสามารถนำไปใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าและบริการที่จำเป็นต่อการดำรงชีพและการประกอบอาชีพได้หลากหลายประเภท เช่น:
- อาหารและเครื่องดื่ม (ยกเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์)
- ยารักษาโรค
- สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป
- อุปกรณ์และเครื่องมือทำมาหากิน เช่น เครื่องมือช่าง หรือเครื่องมือทางการเกษตร
ข้อห้ามและเงื่อนไขการใช้จ่าย
เพื่อป้องกันการใช้งานผิดวัตถุประสงค์ โครงการได้กำหนดรายการสินค้าและบริการที่ไม่สามารถใช้เงินดิจิทัลชำระได้ไว้อย่างชัดเจน ได้แก่:
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ผลิตภัณฑ์ยาสูบ, กัญชา และพืชกระท่อม
- การชำระค่าบริการสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำ, ค่าไฟ, ค่าโทรศัพท์
- การเติมน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติ
- การซื้อบัตรกำนัล, บัตรเงินสด, ทองคำ, เพชร, พลอย และอัญมณี
โครงการเฟส 2 สำหรับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป
นอกเหนือจากเฟสหลักแล้ว รัฐบาลได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินโครงการเฟส 2 เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่ยังไม่เคยได้รับสิทธิ์ในรอบแรก และไม่ได้เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือผู้พิการที่ได้รับความช่วยเหลือผ่านช่องทางอื่นไปแล้ว โครงการส่วนนี้จะใช้งบประมาณราว 40,000 ล้านบาท ครอบคลุมผู้สูงอายุประมาณ 3–4 ล้านคน โดยมีเป้าหมายที่จะจ่ายเงินให้แก่กลุ่มนี้ก่อนเทศกาลตรุษจีนในปี 2568
ความคืบหน้าสำหรับกลุ่มอายุ 21–59 ปี
สำหรับประชาชนกลุ่มอายุ 21–59 ปี ที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์พื้นฐาน (รายได้ไม่เกิน 840,000 บาท และเงินฝากไม่เกิน 500,000 บาท) จะยังคงได้รับสิทธิ์ในโครงการนี้เช่นกัน แต่การจ่ายเงินจะเกิดขึ้นในลำดับถัดไปหลังจากเฟสแรกและเฟสของผู้สูงอายุ โดยมีการคาดการณ์ว่าจะทยอยจ่ายในลักษณะของเฟส 3 หรือเฟส 4 ซึ่งผู้ที่ลงทะเบียนและผ่านการตรวจสอบสิทธิ์แล้ว สถานะในแอปพลิเคชันจะแสดงว่า “รอรับเงิน” ตามลำดับ โดยมีกรอบเวลาการจ่ายเงินทั้งหมดภายในวันที่ 30 กันยายน 2568
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเงินดิจิทัล
กลุ่มอายุ 16–20 ปี มีสิทธิ์หรือไม่?
ตามเงื่อนไขหลัก ผู้ที่มีอายุ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปก่อนวันปิดลงทะเบียนและมีคุณสมบัติด้านรายได้และเงินฝากครบถ้วน ถือว่ามีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและผู้พิการจะได้รับเงินเท่าไร?
หากผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและผู้พิการมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ของเฟสหลัก (รายได้และเงินฝาก) จะได้รับเงินเต็มจำนวน 10,000 บาท ไม่มีการหักลด
จะเกิดอะไรขึ้นหากใช้เงินไม่หมดภายในเวลาที่กำหนด?
โดยทั่วไป โครงการลักษณะนี้จะมีกำหนดระยะเวลาการใช้จ่าย ซึ่งหากใช้เงินไม่หมดภายในเวลาที่กำหนด เงินส่วนที่เหลือจะถูกดึงกลับเข้ารัฐ สำหรับวันสิ้นสุดการใช้จ่ายที่แน่นอนของโครงการนี้ จะต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
สรุปและแนวทางการตรวจสอบสิทธิ์
โครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท มีความคืบหน้าที่ชัดเจนขึ้นอย่างมาก ทั้งในด้านเงื่อนไข คุณสมบัติ และกรอบเวลา ประชาชนผู้ที่สนใจควรตรวจสอบคุณสมบัติของตนเองให้แน่ใจ และเตรียมความพร้อมสำหรับการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ที่จะเริ่มขึ้นในเดือนสิงหาคม 2567 นี้
เพื่อความถูกต้องของข้อมูลและตรวจสอบสิทธิ์ด้วยตนเอง แนะนำให้ติดตามประกาศจากเว็บไซต์ทางการของโครงการโดยตรง หรือตรวจสอบสถานะผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เมื่อเปิดให้ลงทะเบียนแล้ว
สำรวจข่าวสารล่าสุดและบทวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจ เทรนด์การลงทุน และเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อก้าวทันทุกความเปลี่ยนแปลง อ่านบทความเพิ่มเติม
