Skip to content
Ranking5

Ranking5

Ranking5

Primary Menu
  • SPORT
  • TECH
  • CARS
  • GAME
  • HEALTH
  • BLOG
  • Home
  • บทความ
  • ภาษีคริปโต 2569: NFT, Airdrop, Staking ต้องยื่นไหม?
  • บทความ

ภาษีคริปโต 2569: NFT, Airdrop, Staking ต้องยื่นไหม?

ภาษีคริปโต 2569 ต้องรู้อะไรบ้าง? ทั้ง NFT, Airdrop, Staking ต้องยื่นหรือไม่ แม้บางรายการยกเว้นแต่ก็ต้องรายงาน! ทำความเข้าใจข้อกำหนดสำคัญเพื่อเลี่ยงปัญหากับสรรพากร อัปเดตข้อมูลครบถ้วนก่อนยื่นภาษีปีนี้
LnW Loon 16 เมษายน 2026 1 minute read
crypto-tax-thailand-2026-featured

ภาษีคริปโต 2569: NFT, Airdrop, Staking ต้องยื่นไหม?

สารบัญ

  • สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลปี 2569
  • ภาพรวมกฎหมายภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับปีภาษี 2568 (ยื่นปี 2569)
    • การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ: การยกเว้นภาษีกำไรจากการโอน
    • เหตุใดการยกเว้นภาษีจึงมีความสำคัญต่อนักลงทุน
  • การยื่นภาษีสำหรับ Staking Rewards และผลตอบแทนจากการลงทุน
    • Staking Rewards ถือเป็นเงินได้ประเภทใด
    • ขั้นตอนและข้อควรพิจารณาในการยื่นภาษี Staking
  • Airdrop กับภาระทางภาษีที่ต้องรู้
    • Airdrop คืออะไรและต้องเสียภาษีเมื่อไหร่
    • แนวทางการรายงาน Airdrop ในแบบ ภ.ง.ด. 90/91
  • เจาะลึกภาษี NFT: จากการสร้างสรรค์สู่การขาย
    • กำไรจากการขาย NFT (Capital Gains) กับเงื่อนไขการยกเว้นภาษี
    • รายได้ประเภทอื่นจาก NFT ที่ไม่ได้รับการยกเว้น
  • สรุปประเภทรายได้สินทรัพย์ดิจิทัลและภาระภาษี
  • ประเด็นสำคัญอื่นๆ ที่นักลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลต้องทราบ
    • กำไรจากแพลตฟอร์มต่างประเทศ
    • การขุดคริปโต (Mining)
    • กำหนดการยื่นภาษีประจำปี 2569
  • สรุปและแนวทางการเตรียมตัวยื่นภาษีคริปโต

การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กฎเกณฑ์ด้านภาษีต้องปรับเปลี่ยนตามไปด้วย สำหรับการยื่นภาษีในปี 2569 ซึ่งครอบคลุมรายได้ที่เกิดขึ้นตลอดปีภาษี 2568 นักลงทุนจำเป็นต้องทำความเข้าใจหลักเกณฑ์ใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำถามที่ว่า ภาษีคริปโต 2569: NFT, Airdrop, Staking ต้องยื่นไหม? ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการวางแผนทางการเงิน การเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัดคือการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับกำไรจากการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด อย่างไรก็ตาม รายได้ในรูปแบบอื่น เช่น ผลตอบแทนจากการ Staking หรือเหรียญที่ได้รับจาก Airdrop ยังคงมีภาระภาษีที่ต้องจัดการอย่างถูกต้อง

สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลปี 2569

ภาษีคริปโต 2569: NFT, Airdrop, Staking ต้องยื่นไหม? - crypto-tax-thailand-2026

  • กำไรจากการโอนหรือขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Capital Gains) ผ่านแพลตฟอร์มที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2572
  • แม้จะได้รับการยกเว้นภาษี นักลงทุนยังคงมีหน้าที่ต้องคำนวณและรายงานกำไรส่วนนี้ในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90/91) เพื่อความโปร่งใสและเป็นไปตามข้อกำหนดของกรมสรรพากร
  • รายได้จากผลตอบแทนการ Staking และเหรียญที่ได้รับจากกิจกรรม Airdrop ไม่เข้าข่ายการยกเว้นภาษีดังกล่าว ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) ที่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีตามอัตราก้าวหน้า
  • รายได้จาก Non-Fungible Tokens (NFT) มีความซับซ้อน โดยกำไรจากการขายอาจเข้าเงื่อนไขยกเว้นภาษี แต่รายได้ในรูปแบบอื่น เช่น ค่าสิทธิ (Royalty Fee) หรือค่าธรรมเนียมจากการสร้าง (Minting Fee) ถือเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษีตามปกติ
  • กำไรที่เกิดจากการลงทุนผ่านแพลตฟอร์มในต่างประเทศ และมีการนำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทย ยังคงต้องเสียภาษีตามหลักเกณฑ์เดิมที่บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567

ภาพรวมกฎหมายภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับปีภาษี 2568 (ยื่นปี 2569)

ภูมิทัศน์ของสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่มีความชัดเจนด้านกฎระเบียบมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติของภาษี การทำความเข้าใจภาพรวมของกฎหมายที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักลงทุนบุคคลธรรมดาทุกคน เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดได้อย่างถูกต้องและหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การเปลี่ยนแปลงหลักสำหรับปีภาษี 2568 มีศูนย์กลางอยู่ที่การส่งเสริมการลงทุนภายในประเทศผ่านนโยบายทางภาษีที่เป็นประโยชน์ต่อนักลงทุน

การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ: การยกเว้นภาษีกำไรจากการโอน

หัวใจของการเปลี่ยนแปลงสำหรับรอบการยื่นภาษีปี 2569 คือการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 399) ซึ่งกำหนดให้มีการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับ “กำไรจากการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล” (Capital Gains) ที่เกิดขึ้นจากการขาย แลกเปลี่ยน หรือโอนกรรมสิทธิ์ การยกเว้นนี้มีเงื่อนไขสำคัญคือ การทำธุรกรรมดังกล่าวจะต้องเกิดขึ้นผ่านศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Exchange) หรือผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (Broker/Dealer) ที่ได้รับใบอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ในประเทศไทยเท่านั้น

มาตรการนี้มีผลบังคับใช้สำหรับเงินได้ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2572 ซึ่งเป็นระยะเวลา 5 ปีเต็ม วัตถุประสงค์หลักคือเพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีการกำกับดูแลอย่างเป็นระบบ เพิ่มความน่าเชื่อถือ และดึงดูดเม็ดเงินให้หมุนเวียนในเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นักลงทุนต้องตระหนักคือ แม้กำไรส่วนนี้จะได้รับการยกเว้นภาษี แต่ก็ยังต้องถูกระบุไว้ในแบบแสดงรายการภาษีประจำปี เพื่อให้กรมสรรพากรสามารถตรวจสอบและรับทราบข้อมูลได้อย่างครบถ้วน

เหตุใดการยกเว้นภาษีจึงมีความสำคัญต่อนักลงทุน

การยกเว้นภาษีกำไรจากการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลถือเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญอย่างยิ่งต่อตลาดและนักลงทุนในประเทศไทย ประการแรกคือช่วยลดภาระทางภาษีของนักลงทุนโดยตรง ทำให้ผลตอบแทนสุทธิที่ได้รับจากการลงทุนสูงขึ้น และสร้างแรงจูงใจในการซื้อขายหรือลงทุนระยะยาวมากขึ้น ประการที่สอง มาตรการนี้ช่วยส่งเสริมให้การทำธุรกรรมย้ายเข้ามาอยู่ในระบบที่มีการกำกับดูแลมากขึ้น ซึ่งเพิ่มความปลอดภัยและความโปร่งใสให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และท้ายที่สุด การมีกฎเกณฑ์ทางภาษีที่ชัดเจนและเอื้อต่อการลงทุน จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลดีต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยในภาพรวม

การยื่นภาษีสำหรับ Staking Rewards และผลตอบแทนจากการลงทุน

ในขณะที่กำไรจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลอาจได้รับการยกเว้นภาษีภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด แต่รายได้ในรูปแบบอื่น ๆ เช่น ผลตอบแทนจากการ Staking ยังคงเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษีตามปกติ นักลงทุนจำนวนมากอาจเกิดความสับสนระหว่างรายได้สองประเภทนี้ ซึ่งอาจนำไปสู่การยื่นภาษีที่ไม่ถูกต้อง การทำความเข้าใจลักษณะของรายได้จากการ Staking จึงเป็นกุญแจสำคัญในการวางแผนภาษีให้ครบถ้วน

Staking Rewards ถือเป็นเงินได้ประเภทใด

Staking คือกระบวนการที่ผู้ถือเหรียญคริปโทเคอร์เรนซีมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและยืนยันธุรกรรมบนเครือข่ายบล็อกเชนแบบ Proof-of-Stake (PoS) โดยการ “ล็อก” หรือ “ฝาก” เหรียญของตนไว้ในระบบ เพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัยของเครือข่าย และจะได้รับผลตอบแทนเป็นเหรียญเพิ่มเติมเป็นรางวัล หรือที่เรียกว่า “Staking Rewards”

ตามแนวทางของกรมสรรพากร ผลตอบแทนที่ได้รับจากการ Staking ไม่ใช่กำไรจากการขายสินทรัพย์ แต่มีลักษณะเป็น “ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการลงทุน” จึงถูกจัดให้เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเป็นเงินได้ประเภทอื่น ๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในมาตรา 40(1) ถึง 40(7) ดังนั้น รายได้ส่วนนี้จึงไม่เข้าข่ายการยกเว้นภาษีตามพระราชกฤษฎีกาฉบับใหม่

ขั้นตอนและข้อควรพิจารณาในการยื่นภาษี Staking

การคำนวณและรายงานรายได้จาก Staking ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ โดยมีขั้นตอนดังนี้:

  1. การบันทึกรายได้: นักลงทุนต้องบันทึกธุรกรรมการรับผลตอบแทนจากการ Staking ทุกครั้ง โดยระบุวันที่ได้รับ จำนวนเหรียญที่ได้รับ และมูลค่าของเหรียญ ณ วันที่ได้รับ
  2. การประเมินมูลค่า: มูลค่าของรายได้จะต้องคำนวณจากราคาตลาด (Fair Market Value) ของเหรียญ ณ วันและเวลาที่ได้รับผลตอบแทนนั้น ๆ ไม่ใช่ ณ วันที่ขายเหรียญดังกล่าว ซึ่งราคาตลาดสามารถอ้างอิงได้จากศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่น่าเชื่อถือ
  3. การรวมคำนวณภาษี: รายได้จาก Staking ทั้งหมดที่เกิดขึ้นตลอดปีภาษี (1 มกราคม – 31 ธันวาคม) จะต้องถูกนำไปรวมกับเงินได้ประเภทอื่น ๆ เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง หรือรายได้จากธุรกิจ เพื่อคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามอัตราก้าวหน้าตั้งแต่ 5% ถึง 35%
  4. การยื่นแบบแสดงรายการ: ผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 หรือ 91 ภายในกำหนดเวลา โดยระบุรายได้ส่วนนี้ในหมวดเงินได้ตามมาตรา 40(8) หากรายได้รวมทุกประเภทยกเว้นเงินเดือนถึงเกณฑ์ที่กำหนด อาจต้องยื่นภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด. 94) ด้วย

สิ่งสำคัญคือ แม้ว่านักลงทุนจะยังไม่ขายเหรียญที่ได้รับเป็นรางวัลจากการ Staking แต่ภาระทางภาษีได้เกิดขึ้นแล้ว ณ วันที่ได้รับเหรียญนั้น การละเลยไม่รายงานรายได้ส่วนนี้อาจนำไปสู่การถูกประเมินภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มได้

Airdrop กับภาระทางภาษีที่ต้องรู้

Airdrop เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของรายได้ในโลกคริปโทเคอร์เรนซีที่สร้างความสับสนด้านภาษีให้กับนักลงทุนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการได้รับเหรียญหรือโทเคนมาโดยไม่มีต้นทุนทางการเงินโดยตรง แต่ในทางกฎหมายภาษีแล้ว สินทรัพย์ที่ได้รับมาโดยไม่มีค่าตอบแทนเช่นนี้ยังคงถือเป็นเงินได้ที่ต้องนำมาคำนวณภาษี

Airdrop คืออะไรและต้องเสียภาษีเมื่อไหร่

Airdrop คือกลยุทธ์ทางการตลาดที่โปรเจกต์คริปโทเคอร์เรนซีใช้ในการแจกจ่ายเหรียญหรือโทเคนของตนให้กับผู้ใช้งานจำนวนมากโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้ สร้างชุมชน หรือให้รางวัลแก่ผู้ใช้งานกลุ่มแรก ๆ ประเด็นสำคัญทางภาษีสำหรับ Airdrop คือ ภาระภาษีจะเกิดขึ้น “ทันทีที่ได้รับ” เหรียญหรือโทเคนนั้นเข้ามาในกระเป๋าเงินดิจิทัล (Wallet) ของนักลงทุน ไม่ใช่รอจนถึงวันที่ขายสินทรัพย์นั้นออกไป

มูลค่าของเงินได้จาก Airdrop จะถูกคำนวณโดยใช้จำนวนเหรียญที่ได้รับคูณกับราคาตลาด ณ วันที่ได้รับ เช่นเดียวกับการคำนวณรายได้จาก Staking ซึ่งถือเป็นหลักการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ที่ได้มาโดยเสน่หาหรือได้มาโดยไม่มีต้นทุน

แนวทางการรายงาน Airdrop ในแบบ ภ.ง.ด. 90/91

เช่นเดียวกับ Staking Rewards รายได้ที่เกิดจาก Airdrop ถูกจัดอยู่ในประเภทเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) และไม่เข้าข่ายการยกเว้นภาษี นักลงทุนจึงต้องปฏิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้:

  • การติดตามและบันทึก: ควรมีการจดบันทึกรายละเอียดของ Airdrop ที่ได้รับอย่างสม่ำเสมอ ทั้งชื่อโปรเจกต์, จำนวนเหรียญ, และวันที่ได้รับ
  • การค้นหาราคาอ้างอิง: การหาราคาตลาด ณ วันที่ได้รับอาจมีความท้าทาย โดยเฉพาะสำหรับเหรียญใหม่ที่ยังไม่มีการซื้อขายใน Exchange ขนาดใหญ่ นักลงทุนอาจต้องอ้างอิงราคาจากแพลตฟอร์ม Decentralized Exchange (DEX) หรือเว็บไซต์รวบรวมข้อมูลราคาที่น่าเชื่อถือ
  • การรายงานในแบบภาษี: นำมูลค่ารวมของ Airdrop ทั้งหมดที่ได้รับในปีภาษีนั้น ๆ ไปรวมกับเงินได้อื่นและรายงานในแบบ ภ.ง.ด. 90/91 เพื่อคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า

ต้นทุนของเหรียญที่ได้จาก Airdrop เพื่อใช้คำนวณกำไรขาดทุนในอนาคตเมื่อมีการขาย จะเท่ากับมูลค่าที่เคยใช้รายงานเป็นเงินได้ไปแล้ว เพื่อป้องกันการเสียภาษีซ้ำซ้อน

เจาะลึกภาษี NFT: จากการสร้างสรรค์สู่การขาย

Non-Fungible Tokens (NFT) เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความซับซ้อนในมิติของภาษีมากกว่าคริปโทเคอร์เรนซีทั่วไป เนื่องจาก NFT สามารถสร้างรายได้ได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่การขายเพื่อทำกำไรส่วนต่าง ไปจนถึงการรับค่าสิทธิ (Royalty) อย่างต่อเนื่อง การทำความเข้าใจความแตกต่างของรายได้แต่ละประเภทจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

กำไรจากการขาย NFT (Capital Gains) กับเงื่อนไขการยกเว้นภาษี

ในมุมมองของกรมสรรพากร NFT ถือเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทหนึ่ง ดังนั้น กำไรที่เกิดจากการขายหรือโอน NFT จึงอยู่ภายใต้หลักการเดียวกันกับคริปโทเคอร์เรนซี กล่าวคือ หากการขาย NFT นั้นเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มที่เป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ของไทย กำไรส่วนต่าง (ราคาขายหักลบต้นทุน) จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามพระราชกฤษฎีกาฉบับใหม่

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องคำนวณกำไรส่วนนี้และระบุในแบบแสดงรายการภาษีเช่นเดิม เพื่อให้ข้อมูลสอดคล้องกับข้อกำหนด แต่หากการซื้อขายเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มต่างประเทศ หรือเป็นการซื้อขายนอกระบบ (Peer-to-Peer) กำไรที่เกิดขึ้นจะไม่ได้รับการยกเว้น และต้องนำไปรวมคำนวณภาษี

รายได้ประเภทอื่นจาก NFT ที่ไม่ได้รับการยกเว้น

นอกเหนือจากกำไรจากการขายแล้ว NFT ยังสามารถสร้างรายได้ในรูปแบบอื่น ๆ ซึ่งไม่เข้าข่ายการยกเว้นภาษี และต้องถูกนำมารวมคำนวณเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) ได้แก่:

  • ค่าสิทธิ (Royalty Fee): สำหรับผู้สร้างสรรค์ผลงาน NFT เมื่อมีการกำหนดให้ได้รับส่วนแบ่งเป็นเปอร์เซ็นต์จากการขายทอดตลาดในครั้งต่อ ๆ ไป รายได้ส่วนนี้ถือเป็นค่าสิทธิ ซึ่งเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษี
  • ค่าธรรมเนียมจากการสร้าง (Minting Fee): หากศิลปินหรือผู้สร้างเปิดให้ผู้อื่นมา “Mint” หรือสร้างผลงาน NFT จากแพลตฟอร์มของตนเองและมีการเก็บค่าธรรมเนียม รายได้ส่วนนี้ถือเป็นเงินได้จากการประกอบธุรกิจ
  • รางวัลหรือผลตอบแทนจากการถือครอง: บางโปรเจกต์ NFT อาจมีกิจกรรมให้รางวัลแก่ผู้ที่ถือครอง NFT ซึ่งผลตอบแทนที่ได้รับนี้มีลักษณะคล้ายกับ Staking Rewards และต้องเสียภาษีเช่นกัน

ดังนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องกับ NFT ทั้งในฐานะนักลงทุนและผู้สร้างสรรค์ จำเป็นต้องแยกแยะประเภทของรายได้ที่ตนได้รับให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถยื่นภาษีได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน

สรุปประเภทรายได้สินทรัพย์ดิจิทัลและภาระภาษี

เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนและง่ายต่อการเปรียบเทียบ สามารถสรุปภาระภาษีสำหรับกิจกรรมเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทต่าง ๆ สำหรับปีภาษี 2568 (ยื่นปี 2569) ได้ดังตารางต่อไปนี้

ตารางสรุปภาระภาษีสำหรับรายได้จากสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทต่างๆ สำหรับปีภาษี 2568 ซึ่งจะยื่นในปี 2569
ประเภทกิจกรรม ได้รับการยกเว้นภาษีหรือไม่? ต้องยื่นรายงานในแบบภาษีหรือไม่? หมายเหตุสำคัญ
Staking / ผลตอบแทน ไม่ ใช่ (เงินได้ปกติ มาตรา 40(8)) ต้องนำไปรวมกับรายได้อื่นเพื่อคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า
Airdrop ไม่ ใช่ (ต้องเสียภาษีทันทีที่ได้รับ) คำนวณมูลค่าจากราคาตลาด ณ วันที่ได้รับ
NFT (กำไรจากการขาย/โอน) ใช่ (ภายใต้เงื่อนไข) ใช่ (ต้องระบุในแบบแสดงรายการ) เฉพาะการทำธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์มที่ ก.ล.ต. รับรองในไทย
NFT (รายได้อื่น เช่น Royalty) ไม่ ใช่ (เงินได้ปกติ มาตรา 40(8)) ถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องนำไปคำนวณภาษี

ประเด็นสำคัญอื่นๆ ที่นักลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลต้องทราบ

นอกเหนือจากประเด็นหลักเกี่ยวกับ NFT, Airdrop และ Staking แล้ว ยังมีข้อควรระวังและข้อมูลเพิ่มเติมที่นักลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลควรทำความเข้าใจ เพื่อให้การจัดการภาษีเป็นไปอย่างรอบด้านและสมบูรณ์

กำไรจากแพลตฟอร์มต่างประเทศ

เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องย้ำว่า การยกเว้นภาษีกำไรจากการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลนั้น “ไม่ครอบคลุม” ธุรกรรมที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มต่างประเทศ ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรที่เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 หากผู้มีเงินได้นำกำไรที่เกิดขึ้นจากแหล่งเงินได้นอกประเทศ (เช่น การเทรดบน Exchange ต่างชาติ) เข้ามาในประเทศไทยในปีภาษีเดียวกันกับที่เกิดรายได้ กำไรส่วนนั้นจะต้องถูกนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามอัตราก้าวหน้า (5-35%) โดยไม่มีข้อยกเว้น

การขุดคริปโต (Mining)

สำหรับผู้ที่ทำการขุดคริปโทเคอร์เรนซี (Mining) เหรียญที่ขุดได้และนำไปขายจะถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ข้อดีของการมีรายได้จากการขุดคือ สามารถหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องได้ ไม่ว่าจะเป็นค่าไฟฟ้า ค่าอุปกรณ์ หรือค่าเสื่อมราคา ซึ่งจะช่วยลดภาระภาษีลงได้ นักขุดจึงควรเก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไว้ให้ครบถ้วนเพื่อใช้ในการยื่นภาษี

กำหนดการยื่นภาษีประจำปี 2569

สำหรับรายได้ที่เกิดขึ้นตลอดปีภาษี 2568 นักลงทุนจะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90/91) ในช่วงต้นปี 2569 โดยมีกำหนดการดังนี้:

  • การยื่นแบบกระดาษ (ส่งเอกสาร): สามารถยื่นได้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569
  • การยื่นแบบออนไลน์ (ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร): สามารถยื่นได้จนถึงวันที่ 8 เมษายน 2569

การยื่นภาษีออนไลน์เป็นช่องทางที่สะดวกและรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยลดความผิดพลาดในการคำนวณได้อีกด้วย

สรุปและแนวทางการเตรียมตัวยื่นภาษีคริปโต

โดยสรุปแล้ว คำตอบสำหรับคำถามที่ว่า ภาษีคริปโต 2569: NFT, Airdrop, Staking ต้องยื่นไหม? นั้นมีความแตกต่างกันไปตามประเภทของรายได้ กำไรจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลและ NFT ผ่านแพลตฟอร์มในประเทศที่ ก.ล.ต. รับรอง จะได้รับการยกเว้นภาษี แต่ยังคงต้องรายงานในแบบแสดงรายการ ในขณะที่รายได้จาก Staking, Airdrop, ค่าสิทธิจาก NFT และกำไรจากแพลตฟอร์มต่างประเทศที่นำเข้าไทย ยังคงเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษีตามปกติ

เพื่อการเตรียมตัวที่ดี นักลงทุนควรเริ่มบันทึกข้อมูลธุรกรรมทั้งหมดอย่างละเอียดตั้งแต่เนิ่น ๆ ทั้งวันที่, ประเภทธุรกรรม, จำนวน, และมูลค่า ณ วันที่เกิดรายการ การมีข้อมูลที่ครบถ้วนและเป็นระบบจะช่วยให้การคำนวณและยื่นภาษีในช่วงต้นปี 2569 เป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องแม่นยำ ลดความเสี่ยงจากปัญหาทางภาษีในอนาคต

ทั้งนี้ กฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ การติดตามข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น กรมสรรพากร หรือการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าการจัดการภาษีของคุณเป็นไปอย่างถูกต้องและทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน

สำหรับข้อมูลเชิงลึกและอัปเดตข่าวสารในแวดวงการเงิน การลงทุน และเทคโนโลยี สามารถ อ่านบทความเพิ่มเติม เพื่อให้คุณก้าวทันทุกความเคลื่อนไหวในโลกยุคดิจิทัล

About the Author

LnW Loon

Administrator

View All Posts

Post navigation

Previous: เงินดิจิทัลผู้สูงวัย จัดการไงไม่ให้ลูกหลานทะเลาะกัน

Related News

senior-digital-wallet-planning-featured
  • บทความ

เงินดิจิทัลผู้สูงวัย จัดการไงไม่ให้ลูกหลานทะเลาะกัน

LnW Loon 16 เมษายน 2026
ai-genz-retirement-planning-thailand-featured
  • บทความ

AI จัดพอร์ตเกษียณให้ Gen Z สู้เงินเฟ้อทำได้จริงหรือ?

LnW Loon 16 เมษายน 2026
ai-personal-finance-2026-featured
  • บทความ

AI จัดพอร์ตให้ปัง! รับเงินดิจิทัล 2026 ฉบับมนุษย์เงินเดือน

LnW Loon 16 เมษายน 2026

Recent Posts

  • ภาษีคริปโต 2569: NFT, Airdrop, Staking ต้องยื่นไหม?
  • เงินดิจิทัลผู้สูงวัย จัดการไงไม่ให้ลูกหลานทะเลาะกัน
  • AI จัดพอร์ตเกษียณให้ Gen Z สู้เงินเฟ้อทำได้จริงหรือ?
  • AI จัดพอร์ตให้ปัง! รับเงินดิจิทัล 2026 ฉบับมนุษย์เงินเดือน
  • e-Sabai 2.0 เงินดิจิทัล CBDC ใช้ยังไงให้คุ้มค่าที่สุด?

Archives

  • เมษายน 2026
  • มีนาคม 2026
  • กุมภาพันธ์ 2026
  • มกราคม 2026
  • ธันวาคม 2025
  • พฤศจิกายน 2025
  • ตุลาคม 2025
  • กันยายน 2025
  • สิงหาคม 2025
  • กรกฎาคม 2025
  • มิถุนายน 2025
  • พฤษภาคม 2025
  • เมษายน 2025

Categories

  • กีฬา
  • บทความ
  • พลังงานหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อม
  • สุขภาพและการแพทย์
  • เกมส์
  • เทคโนโลยี & นวัตกรรม

You may have missed

crypto-tax-thailand-2026-featured
  • บทความ

ภาษีคริปโต 2569: NFT, Airdrop, Staking ต้องยื่นไหม?

LnW Loon 16 เมษายน 2026
senior-digital-wallet-planning-featured
  • บทความ

เงินดิจิทัลผู้สูงวัย จัดการไงไม่ให้ลูกหลานทะเลาะกัน

LnW Loon 16 เมษายน 2026
ai-genz-retirement-planning-thailand-featured
  • บทความ

AI จัดพอร์ตเกษียณให้ Gen Z สู้เงินเฟ้อทำได้จริงหรือ?

LnW Loon 16 เมษายน 2026
ai-personal-finance-2026-featured
  • บทความ

AI จัดพอร์ตให้ปัง! รับเงินดิจิทัล 2026 ฉบับมนุษย์เงินเดือน

LnW Loon 16 เมษายน 2026
  • SPORT
  • TECH
  • CARS
  • GAME
  • HEALTH
  • BLOG
Copyright © All rights reserved. | MoreNews by AF themes.